เกษตรกรชัยนาท ใช้พื้นที่ 12 ไร่ ทำเกษตรพอเพียง สลัดความยากจนไปจากชีวิต

วันนี้แอดมินมานำเสนอ เรื่องราวการทำเกษตรพอเพียง สลัดความยากจนไปจากชีวิต ซึ่งเป็นที่น่าชื่นชมและตัวอย่างให้เพื่อนเกษตรกรได้มาศึกษา แนวความคิดทำเกษตรพอเพียง

เศรษฐกิจพอเพียงระดับเกษตรกร เป็นเศรษฐกิจเพื่อการเกษตรที่เน้นการพึ่งพาตนเอง เกษตรกรจะใช้ความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการที่ดินโดยเฉพาะแหล่งน้ำ และกิจกรรมการเกษตรได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพพื้นที่ และความต้องการของเกษตรกรเอง โดยพึ่งพาอาศัยทรัพยากรในไร่นาและทรัพยากรธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ ให้มีความหลากหลายของกิจกรรมการเกษตรในไร่นา มีกิจกรรมที่ไม่เป็นปัญหาหรืออุปสรรคแก่กัน กิจกรรมเสริมรายได้ ใช้แรงงานในครอบครัวทำงานอย่างเต็มที่ ลดต้นทุนการผลิต ตลอดจนการผสมผสานการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และประมง ในไร่นาให้เกิดประโยชน์สูงสุด

คุณอุดม ดอกแดง เกษตรกรหัวไวใจสู้วัย 48 ปี หรือที่เพื่อนเกษตรกรเรียกว่า “พี่ปู” อยู่บ้านเลขที่ 109 หมู่ที่ 12 ตำบลเด่นใหญ่ อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท เป็นอีกผู้หนึ่งที่ได้ดำเนินชีวิตด้วยการทำการเกษตรโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง จนสามารถมีกิจกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้นมาเป็นลำดับ สลัดความยากลำบากด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความภาคภูมิใจในผลงานที่ออกมา

พี่ปู กล่าวถึงการดำเนินงานการเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียงว่า หลังจากใช้ชีวิตด้วยการยึดอาชีพรับจ้างมาโดยตลอด แต่มองไม่เห็นความมั่นคงและชีวิตที่มีความสุขอย่างแท้จริง ในปี 2559 จึงได้จัดซื้อที่ดินซึ่งเป็นพื้นที่ทำนาข้าวนอกเขตชลประทาน ได้ปรึกษากับ คุณวัลย์นภัส เอี่ยมชื่น ผู้เป็นภรรยาว่าจะสร้างและพัฒนาครอบครัวตามแนว “เศรษฐกิจพอเพียง” อีกทั้งเพื่อให้ผลผลิตที่ได้ปลอดภัยจากสารพิษ เป้าหมายผลผลิตแบบอินทรีย์ การดำเนินงานยึดมั่นในคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ อิทธิบาทสี่ ได้แก่ ฉันทะ ความพอใจที่จะทำในสิ่งนั้น ด้วย วิริยะ ความพากเพียร จิตตะ ความเอาใจใส่ฝักใฝ่ในสิ่งที่ทำให้ได้ผลดี และมี วิมังสา ความหมั่นสอดส่องในเหตุผลของสิ่งนั้น ว่าเหมาะสมหรือไม่ ผลที่ได้รับจึงเป็นที่น่าพอใจด้วยการใช้เวลาไม่นานนัก

ภายในฟาร์มจัดวางผังตามพระราชดำริ “ทฤษฎีใหม่” ซึ่งเป็นแนวทางหรือหลักการในการจัดการทรัพยากรระดับไร่นาคือที่ดินและน้ำ เพื่อการเกษตรในที่ดินขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยปรับเปลี่ยนจำนวนให้สอดคล้องกับสภาพจากพื้นที่ 12 ไร่ เป็นพื้นที่ปลูกข้าว จำนวน 10 ไร่ และพื้นที่ 2 ไร่ เพื่อปลูกบ้านพักอาศัย โรงเรือนเก็บวัสดุ เครื่องมือการเกษตร โรงเรือนเพาะเห็ดนางฟ้าขนาด 2,000 ก้อน โรงเรือนกล้วยไม้ และผักสวนครัว สระน้ำขนาด 2 งาน ลึก 5 เมตร (ให้ถึงระดับน้ำ) สำหรับสำรองน้ำไว้ใช้ฤดูแล้ง เลี้ยงปลา ได้แก่ ปลานิล ปลาตะเพียน หอยขม และกุ้งฝอย โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ นกกระทา 100 ตัว เป็ดเนื้อพันธุ์บาบารี (แม่เป็ด 6 ตัว พ่อเป็ด 1 ตัว ลูกเป็ด 18 ตัว) และไก่ไข่ 50 ตัว ชั้นวางเลี้ยงไส้เดือนดินอีกหลายกะละมังพลาสติก อีกทั้งมีบ่อซีเมนต์เลี้ยงปลาไหล

ผลที่ได้รับ…สร้างรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตที่เหลือจากการบริโภคในครัวเรือน จำหน่ายได้อย่างน้อยวันละ 500 บาท ซึ่งมีไม่พอแก่ความต้องการของผู้บริโภคที่สั่งซื้อทั้งทางโทรศัพท์ ส่งไลน์ หรือเดินทางเข้ามาเยี่ยมเยียน

ต้นทุนการทำการเกษตรที่ลดลงเช่นต้นทุนทำนาที่ไม่คิดค่าเช่านา เพราะเป็นของตัวเอง ค่าใช้จ่ายที่ลดลงเป็นจำนวนมาก ถ้าไม่คิดค่าแรงงานที่ตนเองได้ลงแรงไปแล้ว จะมีค่าใช้จ่ายเพียงไร่ละ 600 บาท เป็นค่าเก็บเกี่ยว และอื่นๆ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ปัจจัยการผลิตอื่นๆ เช่น ปุ๋ย สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช ผลิตขึ้นมาเองทั้งสิ้น โดยวางแผนการทำผังแปลงให้มีคันนาที่ใหญ่ กว้าง 4 เมตร ป้องกันการรั่วไหลของน้ำ และปลูกพืชบนคันดินสร้างรายได้และสร้างระบบนิเวศที่ดีในไร่นา ไถกลบตอซังและฟางข้าวลดการเผา เพิ่มปุ๋ยอินทรีย์เพื่อปรับปรุงบำรุงดินที่เคยเสื่อมโทรมเพราะขาดการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง ส่งผลให้ดินมีความร่วนซุย ข้าวต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืช ให้ผลผลิตที่ดี

ปีที่ผ่านมาผลผลิตที่ได้ดีพอสมควรคือ 600 กิโลกรัม ต่อไร่ ซึ่งในปีต่อไปผลผลิตจะดีขึ้นเมื่อดินมีความอุดมสมบูรณ์กว่าเดิม ในขณะที่ไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี และสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเลย ในส่วนของศัตรูพืชจะใช้สารชีวภัณฑ์ คือบิวเวอร์เรีย, เมธาไรเซียม และเชื้อ บีที (เป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ สามารถนำมาใช้กำจัดแมลงศัตรูพืช ที่มีความปลอดภัยสูงต่อมนุษย์ สัตว์เลือดอุ่น ปลา และนก รวมทั้งแมลงที่มีประโยชน์) เป็นหลัก ด้านโรคพืช จะใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า ในการนี้ทุกชนิดเพียงซื้อหัวเชื้อเพียงครั้งเดียว เพื่อนำมาขยายเชื้อด้วยน้ำมะพร้าวหรือน้ำนมถั่วเหลืองอย่างใดอย่างหนึ่ง อัตราส่วน หัวเชื้อ 200 กรัม ต่อน้ำมะพร้าว 5 ลิตร หรือน้ำนมถั่วเหลือง 300 ซีซี ผสมในภาชนะพลาสติกเติมลมตลอด 12 ชั่วโมงด้วยแอร์ปั๊มออกซิเจนตู้ปลา ก็จะได้สารชีวภัณฑ์ไปฉีดพ่นในแปลงนาและแปลงผัก ด้วยอัตราส่วน 100 ซีซี ต่อน้ำสะอาด 20 ลิตร ในส่วนนี้

“พี่ปู” ฝากบอกทิ้งท้ายว่าวิธีขยายเชื้อแตกต่างจากที่ได้รับจากการอบรมทางวิชาการจึงไม่อยากให้เชื่อตามที่บอก แต่ถ้าจะทำตามก็ขอให้ทดลองทำก่อน สำหรับผลที่ได้รับจากการใช้วิธีการนี้มาตลอด พบว่าได้ผลดีไม่ต้องใช้สารเคมี และจะพบศัตรูพืชตายหลังการใช้ไม่กี่วัน โดยเฉพาะบิวเวอร์เรีย และเมธาไรเซียม จะพบตัวแมลงกลายเป็นมัมมี่มีเชื้อราคลุมตลอดฤดูการผลิต ผู้สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมหรือเข้าเยี่ยมติดต่อได้ที่เบอร์โทร. (062) 273-8185 ยินดีต้อนรับครับ

จากการเดินชมกิจกรรมของ “พี่ปู” ผู้เขียน (คุณชัด ขำเอี่ยม เกษตรอำเภอหันคา) ได้รับความเอื้ออำนวยจากน้องเปรี้ยว (ด.ญ.อภิญญา ดอกแดง) บุตรสาวของ “พี่ปู” วัย 5 ขวบ ที่นำพาดูและแนะนำกิจกรรมต่างๆ ด้วยความร่าเริงแจ่มใส และชื่นชมในผลงานที่หนูน้อยมีส่วนที่ได้ลงมือร่วมสร้างด้วย ตอกย้ำถึงความสำคัญของคำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างแท้จริง ชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด นานกว่า 26 ปี ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ และภายหลังได้ทรงเน้นย้ำแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อให้รอดพ้นและสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ดังนั้น การส่งเสริมการเกษตรจึงเน้นให้เกษตรกรทำการเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ไม่เพียงต้นทุนที่ลดลงเท่านั้น แต่ยังสร้างสุขภาพที่ดี เป็นการสร้างสรรค์ชีวิตให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน หรืออาจจะกล่าวได้ว่า สร้างชีวิตและสังคมให้ “อยู่ดีมีสุข อย่างยั่งยืน”

ขอบคุณที่มา : https://www.technologychaoban.com/

Facebook Comments Box
สวัสดี