เพชรบูรณ์ปลูกหน่อไม้ฝรั่งส่งญี่ปุ่น รายได้8-9หมื่นบาท/เดือน

เพชรบูรณ์ไม่ได้มีแต่ไก่ย่างวิเชียรเท่านั้น ที่ทำเงินให้ชาวบ้านมีรายได้ เอาเข้าจริงๆ เพชรบูรณ์ก็มีอีกหลายอย่างที่น่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะอาชีพเกษตรนี่แหละที่ทำให้ชาวบ้านสร้างฐานะกันขึ้นมาได้ เพชรบูรณ์นับเป็นแหล่งเกษตรที่สำคัญอีกแห่งโดยเฉพาะพืชผักที่หลายชนิดที่นี่เป็นแหล่งใหญ่จนส่งผลต่อราคาพืชผักของประเทศเลยทีเดียว เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก หน่อไม้ฝรั่ง ปลูกเพื่อส่งออก สร้างอาชีพหลัก ทำรายได้ดีมากๆให้กับชาวสวนกันเลยทีเดียว

คุณมัตร์ บัวภา เจ้าของสวนหน่อไม้ฝรั่ง 7 ไร่ ตัดหน่อได้แล้ว 3 ไร่ เล่าว่า เดิมทีนั้นในเขตนี้ไม่มีใครรู้จักหน่อไม้ฝรั่งเลย พี่ชายเป็นคนเริ่มนำมาปลูกที่นี่ครั้งแรก โดยได้ไปดูชาวสวนที่ทำอยู่ก่อนที่ ต.น้ำดุก โดยบริษัทเข้ามาส่งเสริมแต่เกษตรกรที่นั้นทำกันไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากหน่อไม้ฝรั่งเป็นพืชใหม่ชาวบ้านยังไม่มีความรู้ในการปลูก ประกอบกับหน่อไม้ฝรั่งเป็นพืชที่ต้องการการดูแลที่ค่อนข้างละเอียด

แต่พี่ชายไม่ยอมแพ้นำต้นพันธุ์มาปลูกที่นี่เริ่มต้นพื้นที่ 3 ไร่ก่อนโดยลงทุนทำระบบน้ำหยด ดูแลจนหน่อไม้ฝรั่งสามารถให้ผลผลิตได้ แต่ผลผลิตก็ยังไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร หน่อเล็ก การแตกกอไม่ดี ตัดขายได้วันละ 40-50 กก. ผ่านมาอีก 5-6 เดือนผลผลิตเพิ่มขึ้นมาเป็นวันละ 200-300 บาท และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุต้นและการบำรุงรักษาที่ดี ผลผลิตเยอะรายได้ก็เพิ่มขึ้น ช่วงแรกก็นำผลผลิตไปขายที่ตลาดหล่มสักก่อน คุณมัตร์เห็นความสำเร็จของพี่ชายจึงนำมาปลูกบ้าง จนถึงวันนี้ปลูกมาได้ 4 ปีแล้ว เมื่อชาวบ้านเห็นมีรายได้ดีก็ให้ความสนใจปลูกกันเพิ่มขึ้น

ต่อมาทางบริษัทส่งออกอย่าง บริษัท สวิฟท์ จำกัด ก็ได้เข้ามารับซื้อผลผลิตเพื่อส่งไปยังประเทศญี่ปุ่น โดยทำสัญญารับซื้อที่แน่นอนก็สร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้านมากขึ้น และมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนเพื่อมุ่งผลิตหน่อไม้ฝรั่งคุณภาพป้อนให้กับบริษัทส่งออก โดยช่วงแรกมีพื้นที่ปลูกประมาณ 50 ไร่ ต่อมาไม่นานก็มีสมาชิกเพิ่มมากขึ้นปัจจุบันมีประมาณ 150-180 ราย พื้นที่ประมาณปลูก 300-400 ไร่แล้ว

จากนั้นคุณมัตร์ก็ได้เล่าถึงวิธีการปลูกหน่อไม้ฝรั่งว่าซื้อเมล็ดพันธุ์จากบริษัท 3,000 บาทต่อกก. บางพื้นที่มีการปลูกจากต้นพันธุ์ที่มาจากเนื้อเยื่อกันแล้ว ก็ได้ผลผลิตจะดีกว่ากัน แต่ราคาเมล็ดพันธุ์ค่อนข้างแพง ขีดละประมาณ 600 บาท 1 ไร่ ใช้เมล็ดพันธุ์ 1 ขีด ในการเพาะกล้านั้น ถ้าอยากให้ออกรากดีๆจะต้องน้ำเมล็ดพันธุ์ไปแช่น้ำก่อน 1 คืน แล้วนำมาห่อกับผ้าขาวใส่ในถุงพลาสติกอบไว้ 10 วัน พอเห็นรากเล็กๆออกมาแล้วก็ให้นำเมล็ดนั้นไปเพาะในแปลงเพาะกล้าใช้เวลา 2.5 เดือน ก็ปลูกได้ หรืออีกวิธีหนึ่งก็หว่านลงในแปลงได้เลย แต่ต้องกำจัดวัชพืชที่อยู่ในแปลงให้ดี และรดน้ำเช้า-เย็นทุกวัน อย่าให้แดดร้อน ฉีดยาป้องกันแมลงมารบกวน และป้องกันโรคเน่าโคนเน่า ฉีดทุก 7-10 วันครั้ง

เมื่ออายุได้ 2.5 เดือนแล้ว ย้ายต้นกล้าลงมาปลูกในแปลงที่เตรียมไว้ โดยไถตากดินไว้แล้วก็ใส่ปุ๋ยอินทรีย์รองพื้น 1 ไร่ ใช้ 3 กระสอบ ระยะห่างระหว่างต้น 30 ซม. ระยะห่างระหว่างร่อง 1.50 เมตร 1 ไร่ ใช้ต้นกล้า 3,500 ต้น หลังปลูก 7 วัน ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ 1 กำมือต่อต้น รดน้ำทุก 2 วัน ให้ประมาณ 2 นาทีต่อ 10 สายน้ำหยด คุณมัตร์ บอกว่า ที่สวนจะทำเป็น 2 ระบบ ก็คือให้แบบน้ำหยด และระบบหัวสปริงเกลอร์แบบผีเสื้อ จะทดลองว่าแบบไหนจะดีกว่ากัน ซึ่งก็เห็นว่าระบบหัวผีเสื้อค่อนข้างจะดีกว่า เพราะการกระจายของน้ำไปได้ไกลกว่าประมาณ 100 ซม. จากต้นน้ำที่มีความสูง 1.50 เมตร การให้น้ำของหัวผีเสื้อก็ 2 นาทีเช่นกัน ให้ปุ๋ยอินทรีย์บำรุงทุก 7-10 วัน

สิ่งที่ต้องระมัดระวัง ก็คือ หนอนหนังเหนียว หนอนกระทู้ ที่นี่จะใช้ยาเชื้อแบคทีเรีย บาซิลลัส ฉีดพ่นทุก 7 วันครั้ง ส่วนมากจะมารบกวนในช่วงพักต้น ต้องฉีดป้องกันไว้ก่อน ช่วงเก็บหน่อก็สามารถฉีดพ่นได้เพราะไม่มีสารตกค้าง ส่วนแมลงหวี่ขาว เพลี้ยกระโดด ไรแดง แต่ก่อนจะมารบกวนในช่วงหน้าแล้ง แต่เดี๋ยวนี้มาตลอดทั้งปี ต้องมีการพ่นสารเคมีบ้างแต่ต้องระวังเรื่องสารตกค้างด้วย ช่วงหน้าฝนก็จะต้องฉีดพ่นยาเชื้อราบ้างเพื่อป้องกันต้นเน่า

หลังปลูกประมาณ 3-4 เดือน หน่อไม้ฝรั่งก็จะเก็บเกี่ยวได้แล้ว ช่วงที่หน่อโผล่ออกมาจากพ้นจากพื้นดิน 3-4 ซม.ให้ใส่หมวกไว้ที่ปลายหน่อ เพื่อป้องกันหน่อบาน เพราะถ้าหน่อบานจะทำให้ราคาตก พออายุใกล้จะตัดได้จึงถอดหมวกออกการตัดหน่อจะตัดที่ความสูงของต้น 25 ซม. ระยะห่างในการตัดนั้นให้ดูที่ปริมาณหน่อ ถ้าหน่อออกมามากก็จะตัดทุกวัน หน่อไม้ฝรั่งจะให้ผลผลิตเก็บนาน 2-3 เดือน แล้วพักต้น 1 เดือนจึงจะกลับมาเก็บหน่อต่อ เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ โดยที่ช่วงพักต้นซึ่งจะดึงต้นเก่าออกและเลี้ยงต้นใหม่เพื่อเป็นต้นแม่สำหรับให้หน่อที่สมบูรณ์ต่อไป

การตัดหน่อไม้ฝรั่งนั้นจะเน้นตัดต้นเขียว เพราะหน่อจะอ่อน ถ้าตัดหน่อสีขาวผสมเขียวก็ได้แต่ราคาก็จะลดลงมา เพราะหน่อจะแข็งกว่าหน่อเขียว ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุต้น ที่สวนหน่อไม้ฝรั่งอายุได้ 4 ปีแล้วจะได้ผลผลิตประมาณ 40 กก.ต่อไร่ต่อครั้ง ในพื้นที่ 3 ไร่จะตัดหน่อได้ 80-100 กก.ต่อครั้ง ผลผลิตที่บริษัทรับซื้อจะมีอยู่ 5 เกรด โดยที่ทุกขนาดจะมีความยาวเท่ากันหมด 25 ซม.ต้นเขียว แต่ขนาดความใหญ่ของหน่อไม่เท่ากัน เกรดเอ ขนาด 10 ซม.ราคา 49 บาท เกรดบี ขนาด 8 ซม.ราคา 44 บาท เกรดซี 5 ซม.ราคา 26 บาท เกรดแซด ขนาด 5 ซม.ราคา 19 บาท ส่วนหน่อขาว 46 บาท

ผลผลิตแต่ละครั้งไม่เหมือนกัน ช่วงแรกๆ นั้นจะเลี้ยงต้นแม่ให้สมบูรณ์จะได้เกรด เอ เยอะ หลังจากพักต้นไปแล้วครั้งหนึ่ง จะเอาหน่อ บี หน่อ เอ ไว้เป็นต้นแม่เพื่อให้หน่อรุ่นต่อไป โดยหลุมหนึ่งเลือกไว้เพียง 5-8 หน่อ ต้นที่เหลือจะถอนทิ้ง จะทำให้ได้ต้นสมบูรณ์แข็งแรง ผลผลิตหน่อที่ได้ก็จะได้ทั้ง เกรดเอและเกรดบี เท่าๆกัน หน่อไม้ฝรั่งจะเก็บผลผลิต 2-3 เดือน พักต้นหนึ่งเดือน(หยุดเก็บหน่อ) ช่วงนี้จะบำรุงต้นให้สมบูรณ์เพื่อที่ต้นจะให้หน่อที่สมบูรณ์ในช่วงที่ให้หน่อโดยใช้ ปุ๋ยอินทรีย์ ไร่ละ 1 กระสอบ พร้อมกับพรวนดินเพื่อให้ดินร่วนซุย ไม่ให้หน้าดินแข็งกระด้าง เมื่อดินสมบูรณ์ต้นก็ให้หน่อที่สมบูรณ์เช่นกัน

การปลูกหน่อไม้ฝรั่งพื้นที่เพียง 3 ไร่นี้ สามารถทำเงินได้ เป็นแสนบาทต่อเดือนเลยทีเดียว ก่อนหน้านี้เคยปลูกพืชมาหลายอย่างแล้วไม่ว่าจะเป็น กะหล่ำดอก ผักกาดหัว ยาสูบ มันเทศ มันแกว มันต่อเผือก ทั้งหมดทั้งมวลคุณมัตร์บอกว่า ไม่มีพืชไหนสู้หน่อไม้ฝรั่งได้เลย หน่อไม้ฝรั่งตัดขายได้ทุกวัน มีรายได้ต่อวัน 4,000-5,000 บาท เดือนหนึ่งมีรายได้ 8-9 หมื่นบาท ปลูกหน่อไม้ฝรั่งเพียงไม่กี่ปีก็มีเงินสร้างบ้านหลังใหญ่ คุณมัตร์บอกว่า เมื่อครั้งที่นำหน่อไม้ฝรั่งมาปลูกครั้งแรกๆนั้นหลายคนก็หัวเราะเยาะ ว่าจะไปได้รอดหรือไม่ แต่ทุกวันนี้เราก็ทำให้เขาได้เห็นแล้วว่า การปลูกหน่อไม้ฝรั่งนั้นสร้างรายได้ดีจริงๆ ทำงานแต่เช้า ไม่กี่ชั่วโมงตัดหน่อไม้ฝรั่งเสร็จแล้วก็พักผ่อนได้ มีเวลาอยู่กับครอบครัว สร้างสังคมที่เป็นสุขได้อีกด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม คุณมัตร์ บัวภา 108 ม.8 ต.ห้วยไร่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ โทร.084-8133-683

ขอบคุณข้อมูลรักษ์เกษตร

Facebook Comments Box