เปลี่ยนที่นา ทำเกษตรผสมผสานทางเลือกสู่ทางรอดสวน”ตากะยาย”

ถึงแม้รัฐบาลประกาศเขตภัยพิบัติแห้งแล้งกรณีฉุกเฉิน แต่ก็ไม่มีปัญหาน้ำใต้ดินที่ดูดขึ้นมาใช้หล่อเลี้ยงภาคการเกษตรสำหรับอุทัยธานีที่กว่า 90% ของประชากรในจังหวัดประกอบอาชีพด้านการเกษตร โดยมีพืชเศรษฐกิจหลักอย่างอ้อย ข้าวและมันสำปะหลัง ที่เน้นปลูกเชิงเดี่ยว ใช้น้ำมาก จนเกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำทั้งด้านการเกษตรและการอุปโภคบริโภค ขณะที่เกษตรกรจำนวนไม่น้อยก็หันมาทำเกษตรกรผสมผสาน โดยนำศาสตร์พระราชาเกษตรทฤษฎีใหม่มาปรับใช้ภายใต้รูปแบบ “โคกหนองนาโมเดล”

หนึ่งในนั้นคือ “สวนตากะยาย” ใน ต.เขากวางทอง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ที่พลิกผืนนาข้าวและไร่อ้อยกว่า 20 ไร่ สลัดทิ้งการปลูกพืชเชิงเดี่ยวหัน  มาทำเกษตรผสมผสานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ภายใต้โครงการโคกหนองนาโมเดลของตายาย “ศักดิ์ชัย และทองมั่น พูลศรี” เกษตรกรต้นแบบใน ต.เขากวาง อ.หนองฉาง โดยใช้เวลาเพียงปีเศษในการลองผิดลองถูกจนประสบความสำเร็จในวันนี้

“ลูกสาวเป็นครู อยากหางานใหม่ให้พ่อแม่ทำ ทำนา ทำไร่อ้อย มีแต่หนี้ ขาดทุนทุกปี แล้วก็มีปัญหาเรื่องน้ำ หน้าแล้งอย่าว่าแต่น้ำใช้ในการเกษตร  น้ำจะกินจะใช้ยังไม่มีเลย แต่โชคดีพื้นที่ตรงนี้สายน้ำใต้ดินไม่ลึกมากขุดไป 3-5 เมตรก็เจอตาน้ำแล้ว” ศักดิ์ชัย เผยหลังพิธีกรโยนคำถามถึงสาเหตุที่ต้องเปลี่ยนวิถีเกษตรเชิงเดี่ยวหันมาปลูกผสมผสาน หลังศึกษาโคกหนองนาโมเดล ตามแนวพระราชดำริเกษตรทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9

ทองมั่นเล่าว่า ใช้เวลาเกือบ 2 ปี ในการปรับเปลี่ยนพื้นที่กว่า 20 ไร่ จากที่เคยทำนาปลูกข้าวและทำไร่อ้อยมาทำเกษตรผสมผสาน มีการปลูกไล่ระดับ 7 ชั้นตั้งแต่ไม้ยืนต้น ไม้ใช้สอย ไม้ผลไปจนถึงพืชผักสมุนไพร ทำให้ทุกวันนี้มีรายได้จากการขายผลผลิตทุกวันเฉลี่ยวันละ 300-500 บาท โดยมีพ่อค้ามารับซื้อถึงสวน ผลผลิตบางส่วนก็ส่งให้โรงพยาบาลหนองฉาง ซึ่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลบอกมีเท่าไหร่รับซื้อหมดเพียงแต่ตอนนี้ไม่มีผลผลิตส่งให้ตามที่เขากำหนด

“ขณะนี้ผลผลิตหลักก็จะมีมะเขือ ฟักทอง กล้วย แตงกวา ได้เงินทุกวัน วันละสี่ห้าร้อย  ส่วนรายจ่ายไม่มี เพราะของที่จำเป็นมีอยู่รอบบ้านไม่ต้องไปซื้อที่ตลาด วันไหนอยากกินปลา อยากกินไก่ก็ไปจับเอา” ทองมั่นเผย พร้อมย้ำว่าอย่าถามถึงรายได้ แต่ให้ถามรายจ่ายดีกว่า ตราบใดที่รายจ่ายไม่มี ถึงจะไม่มีรายได้เราก็อยู่ได้ ถ้าเราอยู่อย่างพอเพียง

เขายอมรับว่าปัญหาใหญ่ตอนนี้ก็คือน้ำ โดยตอนนี้ยังมีน้ำในสระที่ขุดไว้ใช้ได้อีกไม่น่าจะเกิน 2 เดือน หลังจากนั้นถ้าฝนไม่ตกลงมาก็อาจมีปัญหา คงไม่มีปัญญาขุดบ่อบาดาล จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วย โดยเฉพาะบ่อบาดาล จึงอยากให้เลขาธิการ สทนช.ดูแลให้ด้วย ซึ่งไม่เฉพาะครอบครัวตนเท่านั้นที่เดือดร้อนแต่มีอีกหลายสิบครัวเรือนในหมู่บ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาขาดแคลนน้ำ

เลขาธิการ สทนช. รับปากว่าจะดำเนินการติดตั้งบ่อบาลดาลพลังแสงอาทิตย์ ซึ่งอุทัยธานีเป็นหนึ่งในจังหวัดพื้นที่เป้าหมายตามโครงการพัฒนาระบบกระจายน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ประจำปี 2562 ด้วย

“ถ้าลุงอยากได้บ่อบาดาล เดี๋ยวผมจะให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลมาดูแลให้ แต่ลุงต้องช่วยทางราชการด้วย ต้องเตรียมบ่อน้ำสำรองไว้เก็บน้ำด้วยนะ เพื่อเก็บไว้ใช้ตลอดไป ต่อไปนี้ชุมชนไหน หมู่บ้านใดอยากได้บ่อบาดาลจะต้องหาบ่อสำรองไว้เก็บกักน้ำด้วย เมื่อรัฐช่วยแล้วชาวบ้านก็ต้องช่วยด้วย” เลขาธิการ สทนช. กล่าวพร้อมรับปากจะสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลเพราะอุทัยธานีก็เป็นหนึ่งในจังหวัดเป้าหมายตามโครงการพัฒนาระบบกระจายน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ประจำปี 2562 ด้วย

Facebook Comments Box