กล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง กล้วยตาก ของดีจังหวัดพิษณุโลก

กล้วยน้ำว้ามะลิอ่องชื่อหวานชื่นใจ ที่มากล้วยตาก GI พิษณุโลก กล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง แปรรูปได้หลายชนิด แต่ขึ้นชื่อในเรื่องกล้วยตากและกล้วยแผ่นอบ โดยเฉพาะกล้วยตากเนื่องจากไส้กลางไม่แข็งเมื่อแห้ง ผลอ้วนป้อมขนาดกะทัดรัดและมีกลิ่นหอมมากกว่ากล้วยน้ำว้าชนิดอื่น ๆ

กล้วยน้ำว้ามะลิอ่องถูกนำมาปลูกที่ อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก เมื่อปี พ.ศ. 2475 และขยายพันธุ์จนเต็มพื้นที่ เพื่อจำหน่ายผลผลิตสด ซึ่งทางตอนเหนือและตอนกลางของจังหวัดพิษณุโลกและตำบลท่าฬ่อ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเขตที่ราบสูง

และมีภูมิอากาศที่คล้ายคลึงกัน ซ้ำยังมีดินตะกอนที่อุดมสมบูรณ์ อากาศร้อนเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของกล้วย แต่เมื่อมีผลผลิตพบว่ามีกล้วยปลายเครือหรือที่เรียกว่า “กล้วยตีนเต่า” เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีขนาดเล็ก ไม่สามารถขายได้ และทำให้เกิดปัญหากล้วยเน่าเสีย

จึงเกิดความคิดที่จะนำกล้วยไปตากแดดเพื่อเป็นการถนอมอาหารเหมือนการทำผักกาดเค็ม โดยไม่ได้ใส่ส่วนผสมใด ๆ ในการเพิ่มรสชาติ . การผลิตกล้วยตาก GI บางกระทุ่ม พิษณุโลก ซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาประกาศขึ้นทะเบียนกล้วยตากบางกระทุ่ม พิษณุโลก ตาม พรบ. คุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ พ.ศ. 2546

จะต้องเป็นกล้วยน้ำว้าที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก และตำบลท่าฬ่อ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร โดยให้คำนิยามของกล้วยตากบางกระทุ่ม พิษณุโลก หมายถึง กล้วยตาก ที่มีเนื้อแห้งละเอียด เหนียวนุ่ม รสชาติหวานเป็นธรรมชาติ ผลิตจากกล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก

1 ข้อมูลทั่วไป
ถิ่นอาศัย ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
แหล่งที่พบ จังหวัดพิษณุโลก สิงห์บุรี อ่างทอง นนทบุรี ชัยภูมิ และจังหวัดในเขตภาคเหนือตอนล่าง

2 ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น ลำต้นเทียมสูง 3.0-3.5 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นเทียมมากกว่า 15 เซนติเมตร สีของกาบลำต้นเทียมด้านนอกสีเขียวอมเหลืองเล็กน้อย ไม่มีปื้นสีดำ ไม่มีนวล กาบด้านในสีเหลืองซีดสม่ำเสมอ
ใบ มีปื้นแดงก้านใบค่อนข้างปิด ก้านใบสีเขียวอมแดง ขอบใบสีน้ำตาลแดง มีครีบก้านใบสีเขียว

ปลี หรือดอก ก้านช่อดอกไม่มีขนอ่อนๆ ลักษณะของใบประดับค่อนข้างยาว ด้านนอกสีม่วงอมเทา มีไข ด้านในสีแดงเข้มสม่ำเสมอ ปลายใบประดับแหลม สีม่วงแดง ม้วนงอขึ้น การเรียงของใบปประดับไม่ซ้อนกันลึก ดอกมีก้านดอกค่อนข้างยาว

ผล ผลขนาดค่อนข้างใหญ่ ทรงกระบอกแต่อ้วนและสั้นกว่าน้ำว้าพันธุ์อื่น มีเหลี่ยมผล ปลายผลมีจุก การเรียงของผลเป็นระเบียบ จำนวนหวีต่อเครือประมาณ 9-10 หวี หวีหนึ่งมีประมาณ 17-18 ผล ขนาดผลยาว 14-15 เซนติเมตร เส้นรอบวง 12-14 เซนติเมตร ผลดิบมีสีเขียว ผลเมื่อสุกมีสีเหลือง เนื้อผลสีขาว รสชาติหวานเล็กน้อย เนื้อแน่น มีกลิ่นหอมอ่อนๆ มีเมล็ดบ้างบางครั้งแต่ไม่มาก

3 การปลูกเลี้ยงและการใช้ประโยชน์
การปลูกเลี้ยง ขุดหลุมขนาด 30x30x30 เซนติเมตร วางหน่อลงปลูกกลางหลุม กลบดินโดยรอบให้แน่น หลังปลูก 1 เดือนให้ใส่ปุ๋ยสูตร 46-0-0 จากนั้นให้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 สลับกับปุ๋ยอินทรีย์ทุก 3 เดือน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองขยายพันธุ์พืช ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 6 พิษณุโลก https://bit.ly/2TIL0Ku ขอบคุณข้อมูลจาก ประชาสัมพันธ์ กรมส่งเสริมการเกษตร เชื่อมั่นเศรษฐกิจพอเพียง #สืบสานพระราชปณิธาน ศาสตร์ของพระราชาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน #พอเพียงเพื่อยั่งยืน มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ Website: www.pidthong.org Twitter: pidthong Instagram: pidthonglangphra YouTube: ปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ

Facebook Comments Box