ผู้ว่าอุดรฯ ช่วยชาวบ้านไถ่ถอนของโรงรับจำนำแต่ถูกมองว่าเลียนแบบ

จากสถานการณ์ปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นอย่างมาก  เราก็จะเห็นน้ำใจของคนไทยแต่ละภาคส่วนออกมาช่วยเหลือกัน

จากที่ก่อนหน้านี้ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้ทำเรื่องที่น่ายกย่องด้วยการย่องเข้าโรงรับจำนำ เพื่อไถ่ของทำกินคืนชาวบ้านหลังโดนพิษโควิด ล่าสุด เพจ ออนซอนอุดร ได้โพสต์ภาพ พร้อมทั้งระบุข้อความระบุว่า

ปลดหนี้จำนำ สร้างโอกาสให้คนอุดรธานี​ผู้มีรายได้​น้อย..พี่น้องประชาชน​คน​อุดร​ธานี​ที่รักทุกท่านครับ วันศุกร์​ที่​ 1 พ.ค. 63 พี่น้องคงเห็นข่าวทางสื่อต่างๆ เรื่องการไถ่ถอนจำนำให้ผู้มีรายได้น้อยกันบ้างแล้ว และ​เราก็เริ่มปฏิบัติการ​ไถ่ถอน ที่โรงรับจำนำเทศบาลนคร​อุดรธานี​ แห่งที่ 1 เป็นโรงแรก จากทั้งหมด 9 โรงจำนำทั่วอุดรธานี​ครับ

ก่อนอื่น คำถามแรก ที่ผมได้รับคือ อุดรธานี​ แข่งกะ​จังหวัด​อื่น?, อุดรธานี​พึ่งจะคิดทำรึไง?, เลียนแบบเขารึ? ขอบคุณ​สำหรับคำถามครับ ผู้ว่าฯจะได้ตอบให้เข้าใจครับ

การช่วยเหลือประชาชน​ด้วยการไถ่ถอนของจำนำที่โรงรับจำนำ เป็นมาตรการเสริม​พิเศษ​ที่แต่ละจังหวัด​ พิจารณา​เอง นอกเหนือไปจากที่มีการช่วยเหลือในมาตรฐาน​เดียวกันทั่วประเทศ​ไปแล้ว คือการปรับลดดอกเบี้ย​จำนำให้ถูกลงกว่าปกติ​มากๆ อันนี้ทุกจังหวัด​ทำเหมือนกันครับ ที่อุดรธานี​ ผู้ว่าฯได้ปรึกษา​หารือกับนักธุรกิจ​ภาคเอกชน ผู้ใหญ่​ใจดี​ของเมืองอุดร​ ในเรื่องการช่วยเหลื​อประชาชนหลังวิกฤติ​โควิด เริ่มคลี่คลาย

สรุปสั้นๆ คือ

สร้างแหล่งอาหาร ไม่ให้คนอด   ลดรายจ่าย   สร้างโอกาส   สร้างงาน   สร้างรายได้

ซึ่งรายละเอียด​ จะมาเล่าให้ฟังในโอกาสต่อไปครับ เราทราบว่า ปชช.นำของใช้ต่างๆมาจำนำกันมาก รวมถึงเครื่องมือประกอบอาชีพด้วย ถ้าเราจะทำให้เศรษฐกิจ​ฐานรากมันเดินได้ พี่น้องปชช.ต้องพร้อมกลับไปทำงานเร็วที่สุด

แต่เครื่อง​มือ​ต่างๆ มันอยู่ที่โรงจำนำ ทำไงดีละ? คิดแบบง่ายๆ​ ปชช.ก็ต้องไปกู้ยืมเงินมาไถ่เครื่อง​มือ​ของเขาออกจากโรงจำนำก่อน ซึ่งอาจจะมีการไปกู้เงินนอกระบบก็เป็นได้

ผมทำการบ้านหาข้อมูล​ผู้จำนำมา2สัปดาห์​ กว่าจะได้รายละเอียด​ เพราะมันเยอะมากๆ อุดรธานี​มี9โรงจำนำ เป็นของรัฐ 4แห่ง เอกชน 5 แห่ง  เราตั้งเป้าช่วยให้ครอบคลุม​ทั้ง9โรงจำนำ ดังนั้น​ บางท่านอาจจะมองว่า ทำไมพึ่งมาทำ เลียนแบบใครรึ ก็​ขอตอบว่า ไม่ได้เลียนแบบครับ แต่โจทย์​ของอุดรธานี​มันเยอะกว่า จึงต้องใช้เวลาพอสมควรครับ

เราเริ่มที่โรงจำนำเทศบาล​นครอุดรธานี​ 1 ไถ่​ถอนรายที่จำนำไม่เกิน500บาทให้ทุกราย จำนวน 140รายครับ, ส่วนรายที่จำนำตั้งแต่ 501-1พันบาท วันนี้เราจะจ่ายดอกเบี้ยให้ทุกรายทั้ง4เดือนเลยครับ ท่านมาถอนเฉพาะเงินต้นได้เลย แต่ถ้าเรามีทุนมากพอ ก็จะพิจารณา​ไถ่ถอนให้เพิ่มเติมนะครับ บรรยากาศ​หน้าโรงจำนำ เป็นไปด้วยความรักความห่วงใย พี่น้องที่มารอรับของจำนำคืน ล้วนดีใจกันทุกคน น้ำตา​ไหล​กันท่วมโรงจำนำเลยละครับ

สิ่งที่ผู้ว่าฯบอกกับพี่น้อง ก็คือ เป็นการช่วยแบบไม่มีเงื่อนไข​จากผู้ใหญ่​ใจดี​ของเราชาวอุดรธานี​ แค่ขอให้ทุกคนตั้งใจทำงาน เป็นคนดีของสังคม​ และถ้ามีโอกาสช่วยเหลือผู้อื่นได้ ก็ขอให้ช่วยเหลือ​สังคมต่อไป รุ่นสู่รุ่น

จบภารกิจที่โรงจำนำแรก ด้วยความสุขใจกันถ้วนหน้า ทั้งผู้ให้และผู้รับ     ก่อนกลับบ้าน มีข้าวสารถุง 5 กก. แจกพี่น้องกลับไปอีกคนละถุง  ก็รับบริจาคมาจากผู้ใหญ่ใจดีอีกนั่นแหละครับ คนอุดรธานี​น่ารักที่สุด ผู้ว่าฯ ขอบอกครับ

แล้วสัปดาห์​หน้า​ เราจะไปไถ่ของที่โรงจำนำแห่งที่ 2 ถึง 9 ให้ครบ โดยเร็วที่สุดครับ ขอบคุณ​ผู้ใหญ่​ใจดี อาเฮีย อาเจ็ก เถ้าแก่ คุณ​พ่อ คุณ​แม่ ที่ช่วยกันลงขันบริจาคทรัพย์​เพื่อไถ่ถอนจำนำให้ปชช.ในวันนี้อีกครั้งครับ ขอให้พี่น้อง​ปชช.คนอุดรธานี​ รักสมัคร​สมานสามัคคี​กัน ช่วยเหลือ​กันแบบนี้ตลอดไปครับ

เพราะที่นี่คือ อุดรธานี​ นครแห่ง​ความรัก​ความห่วงใย​ ครับ.. นิ​รัตน์​ พงษ์​สิทธิ​ถาวร ผวจ.อุดรธานี”

ก่อนหน้านั้น นายนิรัตน์ ผวจ.อุดรธานี พร้อมด้วยนายสุรศักดิ์ สุระวรรณวิจิตร นายกสมาคมส่งเสริมพ่อค้าจีนอุดรธานี เปิดเผยถึงการไถ่ถอนทรัพย์สินให้ประชาชนในครั้งนี้ ไม่ใช่ความคิดของผู้ว่าฯแต่ผู้เดียว แต่เป็นแนวคิดที่จังหวัดร่วมกับผู้ใจบุญชาวจังหวัดอุดรธานีร่วมกันคิดและทำการบ้านมานานกว่า 2 สัปดาห์โดยมาตรการที่เราร่วมกันคิดนี้เป็นมาตรการเสริมที่ได้ร่วมกันทำงาน

ในจังหวัดอุดรธานีมีโรงรับจำนำ 9 โรง โรงรับจำนำของรัฐบาล 4 โรง โรงจำนำเอกชน 5 โรง ซึ่งเราจะดูแลครอบคลุมทั้งหมด สิ่งที่เราเน้นไถ่ถอนให้กับประชาชนวันนี้ คือ เครื่องมือประกอบอาชีพราคาไม่เกิน 500 บาท เราจะช่วยเหลือไถ่ถอนประชาชนกลุ่มนี้ก่อน เงินก้อนแรก 160,000 บาท ที่นำมาช่วยเหลือกลุ่มแรกวันนี้ 139 ราย เป็นเงินที่ผู้ใจบุญลงขันกัน นอกจากนี้ยังมีประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งที่เราสำรวจมา คือ กลุ่มประชาชนที่นำสิงของมาจำนำในราคาไม่เกิน 1,000 บาท กลุ่มนี้มีประมาณ 700-800 ราย

คาดว่าเราจะใช้เงินประมาณ 7-8 แสนบาทในการช่วยเหลือ เบื้องต้นเราจะจ่ายดอกเบี้ยให้ก่อนเบื้องต้น จากนั้นผู้ใจบุญจะมีการลงขันกันอีกครั้งเพื่อไถ่ถอนให้ แต่ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบยอดและอยู่ระหว่างการลงขันหาเงิน ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินประมาณ 1 ล้านกว่าบาท ในการช่วยเหลือประชาชนประมาณ 1,203 คน

Facebook Comments Box