ทำไมต้องพอเพียง? อยากให้อ่าน ดีมาก

ในสภาวการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเกิดความถดถอยทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงขึ้นนี้ เนื่องจากผลกระบทของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “COVID19 – โควิด19” ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปอดอักเสบรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตได้  โดยที่เชื้อไวรัสโคโรน่านี้สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้แล้ว ผ่านการถูกไอ จาม หรือสัมผัสกับสารคัดหลั่งของคนที่ป่วย ในสถานการณ์เช่นนี้  เราควรที่จะตระหนักถึงความสำคัญในแนวพระราชดำริของ “เศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งในหลวง ร.9 ได้ทรงคิด และ ตระหนักมาช้านาน เพราะหากเรายังยึดติดอยู่กับกระแสจากภายนอกมากเกินไป ก็อาจนำมาซึ่งปัญหาต่างๆได้

หลายคนอาจจะยังมองไม่เห็นถึงความสำคัญของการใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง เพราะรู้สึกว่าไม่ได้ตอบโจทย์ชีวิตแบบที่ตัวเองต้องการ จนลืมนึกไปว่า จริงๆแล้วนั้นแค่ “พอเพียง” นั่นแหละ ก็เป็นสิ่งที่ชีวิตเราต้องการพอแล้ว

ความพอเพียงคืออะไร หลายคนมักเข้าใจคำนี้ผิด…!!

พอเพียงไม่ใช่การต้องกลับไปปลูกข้าว ทำนา ทำเกษตร เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ หรือ ทำสวนอะไรพวกนั้น แล้วไม่ต้องไขว่คว้าเพิ่ม ไม่ต้องหามาเพิ่ม ไม่ต้องเก่งขึ้น ไม่ต้องพยายามพัฒนาตนเอง แบบนั้นไม่ใช่

ความพอเพียงคือการรู้จักพอ พอใจในสิ่งที่ตนเองมี พอใจในสิ่งที่ตนเองสร้าง เเละ อยู่ได้ด้วยการสร้างของตนเอง อยู่ด้วยลำเเข้งตนเอง โดยที่ไม่ต้องไปเบียดเบียนคนอื่น เมื่อเกิดปัญหาเกิดขึ้นมา เมื่อเศรษฐกิจไม่ดีเราก็สามารถที่จะยืนด้วยขาเราโดยที่เราไม่ล้ม มันสามารถใช้ได้กับทุกสาขาอาชีพ ทุกตำแหน่งงาน ทุกระดับชั้น ไม่จำเป็นต้องเฉพาะเกษตรกรเสมอไป

เพียงแค่เรารู้จักพิจารณาชีวิตตามหลักความเป็นจริงได้ว่า สิ่งสำคัญที่สุด ไม่ใช่สิ่งของเครื่องใช้ภายนอกที่เราต้องการ หรือตามหาไขว่คว้ากันอยู่ทุกวันนี้ แต่มันคือ ความสุขในการใช้ชีวิต ความสุขที่ใจ ความพอดี พอประมาณ ไม่ฟุ่มเฟือยจนเกินตัว เช่น…

ตอนนี้เรามีเงินเดือนหนึ่งหมื่น เราก็ใช้เท่าที่มี พออยู๋พอกินในระดับหนึ่งหมื่น เป็นอยู่ให้สมกับฐานะ และ รายได้ ไม่ฟุ่มเฟือย พยายามใช้ให้พอมีเหลือเก็บ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องพัฒนาตนเองให้เก่งขึ้น มีรายได้มากขึ้น เพื่อยกระดับฐานะตนเองไปด้วย

ถามว่าเงินมีความหมายกับชีวิตของเรามากไหม ทุกคนคงตอบว่ามาก เเต่สุดท้ายแล้ว เงินก็ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตคนเรา ถ้าหากวันหนึ่งอาหาร ของใช้ ที่เราเคยซื้อในราคาถูก กลับแพงขึ้นมาเป็นเท่าตัว ด้วยปัญหาเศรษฐกิจ เหมือนอย่างบางประเทศที่กำลังประสบปัญหาอยู่ เงินก็เป็นแค่เศษกระดาษที่ไม่สามารถซื้ออะไรได้เลย แต่คนที่เตรียมพร้อมต่างหากที่จะอยู่รอดได้

นิสัยคน ไทย มักจะชอบทำอะไรตามกระแส ตามๆกันไป ของแบรนด์เนมที่ใช้แล้วดูเก๋ก็แห่กันไปซื้อ รถหรูที่แพงๆก็พยายามกัดฟันผ่อน โทรศัพท์ที่ใช้อยู่ยังไม่ทันจะตกรุ่น เมื่อออกรุ่นใหม่มาก็ซื้อแล้ว โดยไม่ได้คำนึงถึงคุณค่าที่แท้จริงว่าเราต้องการอะไร ต้องการใช้งานจริงๆ หรือ เพียงแค่อยากแสดงให้ผู้อื่นเห็นว่าเราก็มี เราก็ซื้อได้

ในด้านการเกษตรก็เหมือนกัน อะไรที่คนเห็นว่าดี ขายดี ก็ขายเหมือนกันหมด อะไรที่ปลูกแล้วได้ราคาสูง โค่นต้นไม้ทิ้งหมด แล้วหันไปปลูกตามกัน สุดท้ายราคาตก เกิดเป็นหนี้เป็นสินตามมาอีก แต่ถ้าเราปลูกแค่พอประมาณ เขาว่าดี ก็ปลูกแค่พอดี ถ้าราคามันตก ก็ยังมีอย่างอื่นที่ปลูกไว้ เอาไปขายได้อีกหลายอย่าง แบบนี้เขาเรียกว่า กระจายความเสี่ยง หารายได้จากหลายๆช่องทาง อยู่อย่างพอเพียง ไม่เหนื่อยดิ้นรนตัวเอง

ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง จึงประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังนี้

1ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ

2ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ อย่างรอบคอบ

3ภูมิคุ้มกัน หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต

Facebook Comments Box