9 ขอเสียของคนที่ ช่วยเหลือคนอื่นมากเกินไป

การให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างมนุษย์นั้น นอกจากจะเป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิตแล้วยังเป็นพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเป็นสุข การที่ผู้คนในสังคมนั้นต่างให้ความช่วยเหลือกันและกันในกิจการต่างๆ สร้างประโยชน์ต่างๆให้เกิดขึ้นทั้งทางดุนຢาและศาสนานั้น ย่อมทำให้สังคมนั้นพัฒนาและอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข แต่หากสังคมใดขาดแคลน หรือไร้ซึ่งการให้ความช่วยเหลือต่อกัน แน่นอนสังคมนั้นย่อมล้าหลังและจะเกิดความเสียหายต่างๆตามมาในไม่ช้า แง่มุมร้ายๆของการเป็น “ชอบช่วยเหลือคนอื่น”มากจนเกินไป ที่สามารถย้อนกลับมาทำร้ายได้ทั้งตัวเองและคนใกล้ตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

1 กลายเป็นคนใจร้าย เพราะการตอบปฏิเสธแค่ครั้งเดียวข้อเสียของความใจดี ที่มักจะไม่ค่อยได้ตอบปฏิเสธกับใคร เมื่อถูกเข้ามาขอรับความช่วยเหลือ จนในบางครั้งหากสถานการณ์รอบข้างบีบบังคับให้ตอบปัดการช่วยเหลือก็อาจมีผลทำให้คนบางคนต้องตกเป็นผู้ที่ถูกมองว่าใจร้ายจากคนอื่นโดยทันที ทั้งๆที่เพิ่งเคยตอบไปปฏิเสธไปแค่เพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น

2 เสียความรู้สึก เมื่อหมดประโยชน์คนบางประเภทก็มักชอบเดินข้ามาวนเวียนอยู่ในชีวิตเพื่อหวังเอาผลประโยชน์จากความใจดีที่มีอยู่ จนสุดท้ายก็ได้กลับกลายเป็นว่าบ่อยครั้งที่คนใจดีหลายคนอาจจะต้องกลายเป็นคนใจร้ายเพียงเพราะการถูกมองข้ามความสำคัญเมื่อหมดผลประโยชน์กับคนบางคน

3 กลัวคนอื่นจะไม่พอใจ“ความใจดี” อาจเป็นสิ่งที่สามารถทำให้คนบางคนเกิดความเกรงกลัวได้ว่าคนอื่นจะต้องรู้สึกไม่พอใจแน่ๆ ถ้าหากมอบความช่วยเหลือให้คนเหล่านั้นออกไปได้อย่างไม่ดีพอซึ่งก็ถือเป็นอีกหนึ่งความคิดที่สามารถย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองเอาได้อย่างง่ายๆ เพราะนอกจากจะต้องมานั่งแบกรับภาระปัญหาของคนอื่นแล้วยังต้องมาคอยหวาดระแวงว่าใครจะเกิดความรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาอีกด้วย

4 เก็บการกระทำของคนอื่นมาคิดมากแง่ร้ายของการเป็นคนใจดีคือ มักกลายเป็นคนที่ชอบนำคำพูดรวมถึงการกระทำของคนรอบข้างมาคิดมากจนเกิดเป็นความทุกข์และมักเป็นความคิดที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะด้วยพื้นฐานที่มีความใจดีซ่อนอยูในนั้นจึงทำให้ต้องคอยเก็บการกระทำของคนอื่นมาคิดเล็กคิดน้อยอยู่เสมอ

5 ต้องตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกหลายครั้งกับการต้องนำตัวเองเข้าไปยืนอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าและคายไม่ออก เพราะไม่สามารถบอกปัด หรือปฏิเสธความช่วยเหลือได้จนทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัดและลำบากใจ แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่สามารถที่จะทำตามใจตัวเองได้อย่างที่ต้องการได้อยู่ดี

6 ห่วงแต่ความลำบากของคนอื่นจนลืมตัวเองบุคคลประเภทนี้ มักจะเป็นผู้ที่ไม่สามารถทนเห็นความลำบากที่เกิดขึ้นกับคนอื่นได้ และคอยแต่จะอຢากยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ คนใจดีบางคน จึงมักชอบห่วงแต่ความลำบากของคนไกลตัวมากกว่าที่จะมองเห็นถึงความรู้สึกของคนใกล้ตัว จนกลับกลายเป็นว่าได้ลืมนึกถึงตนเองและครอบครัวไป

7 ตกอยู่ท่ามกลางคนที่ทำอะไรไม่เป็นด้วยความที่คุณช่วยเหลือเขาทุกอย่าง เขาก็จะรอคอยแต่จะให้คุณช่วยไม่ว่าจะเพื่อนคุณ ครอบครัวคุณ ลูกคุณ แฟนคุณก็ตาม เขาจะกลายเป็นที่ไม่มีความรับผิดชอบไม่รู้จักหน้าที่ตนเอง บางทีเขาจะคิดว่าคุณจะช่วยให้เรามีชีวิตดีขึ้นร่ำรວยเงิน สุขภาพแข็งแรงขึ้นทั้งหมดนี้อาจมีจุดเริ่มต้นเล็กๆจากคุณที่ชอบช่วยเหลือเขาแค่ 1 ครั้งเดียวก็เป็นได้ ฉะนั้นปล่อยให้เขาได้ลองทำเองบ้าง ล้มเอง เจ็บเองซะบ้างเขาจะได้เก่งๆ

8 ตกที่นั่งลำบากเพราะความที่เป็นคนมีจิตใจดีมากจนเกินไป จึงมักชอบหยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับคนอื่นอยู่บ่อยครั้งจนลืมมองความเป็นจริงหลายอย่างไปว่า ข้อเสียของการได้มอบความช่วยเหลืออาจเป็นสิ่งที่สามารถย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองและคนใกล้ชิด โดยการนำพาทุกคนไปตกอยู่ในที่นั่งลำบากและไร้ซึ่งการหลีกเลี่ยงหรือหลบหนีอะไรได้พ้น

9 คอยแก้ปัญหาทั้งๆ ที่ไม่ได้มีส่วนได้เสียในบางครั้ง ความใจดีก็ทำให้เราต้องกลายมาเป็นคนที่คอยนั่งแก้ไขปัญหาให้กับคนอื่น ทั้งๆที่ตัวเองต่างก็ไม่ได้มีส่วนได้ หรือส่วนเสียให้กับเรื่องราวเหล่านั้นแถมยังเป็นอีกหนึ่งสาเหตุ ที่สามารถช่วยสร้างความหนักหนาให้กับหัวใจได้เป็นอย่างดีเพราะการต้องมานั่งคิดและแก้ไขปัญหาแทนคนอื่นโดยที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเองเลยแม้แต่นิด

ทั้งหมดนี้อาจมีจุดเริ่มต้นเล็กๆ จากคุณที่ชอบช่วยเหลือเขาแค่1ครั้งเดียวก็เป็นได้ ฉะนั้น ปล่อยให้เขาได้ลองทำเองบ้าง ล้มเอง เจ็บเองซะบ้างเขาจะได้เก่งๆ ขอขอบคุณแหล่งที่มาข่าว https://bit.ly/3bXNBqq

Facebook Comments Box