หนุ่มบึงกาฬ เลี้ยงกบในกระชังบก ใช้น้ำน้อยไม่กลัวแล้ง แถมกบข ายได้ราคาดี

จากปัญหาภั ยแล้ งที่เกิดขึ้นกับบ้านเราเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ทำให้การเกษตรหลายอย่างต้องหยุดการเพาะปลูก เพื่อให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่ภายในแหล่งเก็บน้ำในที่ต่างๆ มีใช้อย่างเพียงพอ เพื่อรอฤดูฝนใหม่ที่จะมาถึง แม้แต่เกษตรกรทางด้านการประมงก็เช่นกัน ได้รับผลกระทบจากภั ยแล้ งในครั้งนี้ จึงทำให้เกษตรกรที่ไม่มีบ่อเก็บน้ำสำรองจึงต้องหยุดเลี้ยงปลาไปสักระยะเพื่อรอน้ำมาประกอบอาชีพต่อไป

แต่ยังมีเกษตรกรอีกจำนวนไม่น้อยที่สามารถทำการประมงได้ตลอดทั้งปี โดยเลือกเลี้ยงสัตว์น้ำบางชนิด ที่ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมากก็สามารถทำเงินได้ คือ คุณสมพรชัย องอาจ อยู่บ้านเลขที่ 280 หมู่ที่ 5 ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่มีความสนใจในเรื่องของการประมง เขาจึงหาวิธีเลือกเลี้ยงสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่เหมาะกับพื้นที่บ้าน คือการเลี้ยงกบในกระชังบกที่มีการใช้น้ำในปริมาณที่น้อย แต่สามารถโตจนทำเงินได้มาก ที่เรียกง่ายๆ ว่า เลี้ยงจนมีปริมาณที่ผลิตไม่พอข ายกันเลยทีเดียว

สนใจการเลี้ยงกบ เพื่อสร้างรายได้

คุณสมพรชัย เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีทำการเกษตรอยู่ที่จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นบ้านเกิดของภรรยา โดยเขาเองก็ได้ไปอยู่ที่นั่นสักระยะหนึ่งแล้ว ต่อมาได้ทำกิ่งพันธุ์ไม้ผลจากจังหวัดนครปฐมมาทำตลาดในจังหวัดบึงกาฬ จึงได้ย้ายมาอยู่บ้านเกิดที่นี่ พร้อมทั้งเพาะเลี้ยงกบในกระชังบกเป็นอาชีพไปด้วย เพราะการเลี้ยงกบด้วยวิธีนี้ใช้น้ำในปริมาณน้อย และที่สำคัญการเลี้ยงก็ใช้พื้นที่น้อยอีกด้วย

“ช่วงที่จะกลับมาอยู่ที่บึงกาฬ ผมมองว่าพื้นที่รอบบ้านผม มีเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ แต่ถ้าจัดสรรดีๆ ก็น่าจะทำอะไรได้หลายอย่าง ในเรื่องของการประมงผมมองว่าน่าสนใจ เพราะเป็นสิ่งที่คนต้องกินกันทุ กวัน ก็เลยอยากที่จะเลี้ยงอะไรสักอย่างที่เข้ากับพื้นที่ของบ้าน จึงตั ดสินใจเลี้ยงกบในกระชังบก เพราะใช้เนื้อที่น้อย และที่สำคัญยังไม่ต้องห่วงเรื่องการใช้น้ำ เพราะเลี้ยงแบบนี้ใช้น้ำน้อยมาก ผมก็เลยตั ดสินใจเลี้ยงกบ” คุณสมพรชัย เล่าถึงที่มา

กระชังบกที่ใช้เลี้ยงกบ ออกแบบและเย็บขึ้นมาเอง

การเลี้ยงกบในกระชังบก คุณสมพรชัย บอกว่า ไม่มีอะไรที่ยุ่งย ากซั บซ้ อนเหมือนการเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดอื่น ขอเพียงจัดสรรตำแหน่งสำหรับเลี้ยงให้อยู่เหมาะสมกับพื้นที่บริเวณบ้านเท่านั้นพอ เพราะการเลี้ยงจะต้องมีการถ่ายน้ำให้สะอาดอยู่เสมอ จึงควรเลือกพื้นที่ที่น้ำไหลได้สะดวกไม่ท่วมขัง

การตั้งกระชังบกก็ทำแบบง่ายๆ หาไม้ไผ่มาทำเป็นเสาหลักให้กระชังบกเกาะ จากนั้นนำกระชังมาผูกให้คล้ายมุ้ง ซึ่งกระชังบกมีหลายขนาด ตั้งแต่ 1×2 เมตร 2×4 เมตร ซึ่งด้านข้างของกระชังบกจะเป็นตาข่าย ที่กันไม่ให้กบกระโดดออกที่เย็บติดกับผ้าใบอย่างดี เพื่อใส่น้ำด้านล่าง เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วจึงใส่น้ำเลี้ยงได้ทันที

“เราทำเองตั ดเย็บเอง ก็จะเลือกวัสดุที่เกรดดีๆ มีคุณภาพมาทำ เพราะว่ามันก็ใช้งานได้ดีกว่า ถึงจะแพงกว่ากันนิดหน่อย พอเราติดตั้งกระชังเสร็จแล้วก็เลี้ยงได้เลย พ่อแม่พันธุ์ที่ดีต้องมีอายุประมาณ 8-10 เดือน เสร็จแล้วก็นำมาคัดความสมบูรณ์อีกครั้ง ช่วงที่ไม่ค่อยดีคือ หน้าหนาว เพราะว่าเขาจะจำศีล แต่สามารถเพาะพันธุ์ได้ แต่ไข่จะมีน้อยหน่อย จากนั้นนำพ่อแม่พันธุ์มาผสมพันธุ์กัน ทิ้ งไว้ประมาณ 1 คืน ก็จะออกไข่ เราก็เอาพ่อแม่พันธุ์ออกมา ก็ดูแลลูกอ๊อดต่อไป” คุณสมพรชัย บอกถึงวิธีการผสมพันธุ์

ลูกกบ (ลูกอ๊อด) ที่ออกจากไข่จะให้กินอาหารที่ปั้นเป็นก้อน ให้กินจนกว่าจะโต มีอายุ 28 วัน จึงเตรียมคัดไซซ์ทุ ก 2 วันครั้ง ข ายให้กับผู้ที่สนใจจะซื้อไปเลี้ยงต่อ ไซซ์ขนาดตัวประมาณ 1-1.5 นิ้ว ข ายอยู่ที่ตัวละ 3 บาท ส่วนการดูแลลูกกบต้องถ่ายน้ำวันเว้นวัน เพื่อให้น้ำที่ใช้เลี้ยงมีความสะอาด ไม่เช่นนั้นลูกกบอาจต า ยได้

ส่วนลูกกบที่ไม่ได้ส่งข า ยจะนำมาเลี้ยงต่ออีก 2-3 เดือน เพื่อทำให้เป็นกบขนาดไซซ์ใหญ่ ให้กินอาหารที่มีโปรตีน 25-30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งคุณสมพรชัยบอกว่า การเลี้ยงกบในกระชังบกจะไม่เกิดโ ร ค เพราะมีการถ่ายน้ำ ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอจึงไม่เป็นแหล่งสะสมโ ร ค

“การเลี้ยงกบด้วยวิธีนี้ ถือว่าประหยัดเนื้อที่สุดๆ แถมสะดวกสบายในเรื่องการถ่ายน้ำ ต้นทุนการผลิตก็ไม่แพง เมื่อเปรียบเทียบกับการเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ ขนาด 2 เมตร เท่ากัน การสร้างบ่อซีเมนต์ต้องแพงกว่าแน่นอน ก็จะทำให้ต้นทุนสูงตามไปด้วย” คุณสมพรชัย กล่าวถึงข้อดีของกระชังบก

พ่อค้า-แม่ค้า มารับซื้อถึงบ้าน

เนื้อกบจัดว่าสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ซึ่งคนในพื้นที่ย่านนี้ยังนิยมบริโภคกันมาก คุณสมพรชัย บอกว่า เมื่อทำการตลาดเป็นที่รู้จักของลูกค้ามากขึ้น ก็จะมีพ่อค้าแม่ค้ามาติดต่อซื้อถึงบ้าน โดยข า ยทั้งราคาปลีกและส่ง ข า ยส่งแบบเหมายกกระชัง อยู่ที่กิโลกรัมละ 100 บ าท ส่วนข า ยปลีก อยู่ที่กิโลกรัมละ 140-150 บ าท

“ตอนนี้ต้องบอกเลยว่า ผลิตข า ยไม่ทัน กบยังเป็นที่ต้องการของตลาดมาก เพราะคนที่นี่ยังนิยมกินกัน ซึ่งตอนนี้ผมเองได้ต่อยอด ไม่ได้ทำเป็นกบเนื้ออย่างเดียว ได้ทดลองเอาหลายๆ สายพันธุ์มาผสมกัน ให้ได้เป็นกบสีทอง ที่เขาจะมีความเชื่อว่านำไปเลี้ยงเสริมบารมี เป็นกบทองเรียกทรัพย์ ราคาก็ขายอยู่ที่ ตัวละ 500 บ าท ไปจนถึงหลักพัน ลงข า ยผ่านทางกลุ่มเฟซบุ๊ก ก็ถือว่าทำการตลาดได้ดีมาก” คุณสมพรชัย กล่าว

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากจะเลี้ยงกบเป็นอาชีพเสริมหรือหลัก คุณสมพรชัย ให้คำแนะนำ หลักการ 3 อย่าง ของการเลี้ยงกบให้ประสบผลสำเร็จ คือ

น้ำที่เลี้ยงต้องดี ค่อยหมั่นเปลี่ยนถ่ายให้สะอาดอยู่เสมอ และ ในเรื่องของการจัดการดูแล คอยหมั่นสังเกตเรียนรู้นิสัยของกบเพียงเท่านี้การเลี้ยงกบก็เป็นงานสร้างเงินเลี้ยงครอบครัวได้อย่างดี พร้อมทั้งเมื่อทำไปนานวันอาจจะหลงรักและมีความสุขกับการประกอบอาชีพทางการเกษตรอย่างแน่นอน

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณสมพรชัย องอาจ หมายเลขโทรศัพท์ (085) 191-4546, (062) 989-3562 ขอบพระคุณ คุณบุญเกิด โสมปัดทุม ประมงอำเภอเมืองบึงกาฬ ที่พาลงพื้นที่ พบปะเกษตรกร

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published.