ไอเดียแปลงผักอิฐบล็อค โครงหลังคา PVC “งบหลักพัน”

สวัสดีครับวันนี้เรามีไอเดียการทำแปลงผักระบบน็อคดาวน์ อิฐบล็อคกับท่อ PVC ซึ่งเป็นไอเดียจากคุณ Kan Waranon สมาชิกกลุ่มแลกเปลี่ยนความรู้ การทำปุ๋ยหมักวิศวกรรมแม่โจ้ ได้ทำการปรับสนามหญ้าข้างบ้านเป็นแปลงผักระบบน็อคดาวน์ อิฐบล็อคกับท่อ PVC เท่านั้น เน้นสะดวก ประหยัด และทัศนียภาพบ้าง

สำหรับรายการอุปกรณ์ การทำแปลงผักระบบน็อคดาวน์ อิฐบล็อคกับท่อ PVC 1 แปลง มีดังนี้

สิ่งที่ต้องเตรียม
1 อิฐบล็อค 22 ก้อน
2 ท่อ PVC 1″ (สีฟ้า)
3 หลักยาว โครงหลังคา 0.80 ม.x 10 ชิ้น
4 หลักหัวมุม 0.50 ม. × 4 ชิ้น
5 หลักสั้น 0.30 ม.×12 ชิ้น
6 ท่อ PVC 3/8″ (หรือ 3 หุน สีเทา)
7 โครงหลังคา 2.00 ม. x 5 ชิ้น

วิธีการทำ
1 นำอิฐบล็อคมาลองวางเรียงๆ บนพื้นสนามเฉยๆ ให้ได้แนว เทคนิคคือขึงเชือกหรือเอ็นไว้เล็งแนวก่อน โดยความห่างแต่ละก้อนประมาณให้ท่อ PVC 1″ แหย่ ตอกลงไปได้แบบแน่นๆ พอดี ถ้าห่างเกินไปจะหลวม ถ้าชิดเกินไปจะตอกท่อไม่ลง

2 ใช้ ท่อ PVC ตอกลงระหว่างบล็อค เพื่อตรึงไม่ให้บล็อคขยับ หรือไม่ให้ล้ม ตามลำดับการตอกดังนี้ ท่อยาว 0.8 ม.x 10 ชิ้นสำหรับโครงหลังคา ตอกให้ฝังลงไปในดินประมาณ 10 ซม.เพื่อรับแรงงัดของโดมหลังคา ท่อหัวมุม 0.5 ม.x 4 ชิ้น ตอกให้ฝังลงไปในดินประมาณ 20 ซม.เพื่อรับแรง ท่อสั้น 0.30 ม.x 12 ชิ้น ที่เหลือ ตอกระหว่างบล็อค แค่เสมอพื้นดินก็พอ

3 ท่อโครงหลังคา PVC 3/8″(3 หุน) ตัดยาว 2 เมตร x 5 ชิ้น ดัดโค้งกับมือยัดลงไปในรูเสาได้เลย ไม่ต้องยึดอะไรทั้งนั้น เพราะต้องการให้ถอดประกอบได้ ช่วงอากาศร้อนมาก ผักสลัดไม่ชอบร้อน ให้ประกอบกลับโดมหลังคา ติดตั้งพรางแสงช่วยลดอุณหภูมิสักหน่อย พรางแสง 40% สีเขียว กว้าง 2 เมตร ยาว 10 เมตร ราคาร้อยกว่าบาท หุ้มได้ 2 แปลง (แปลงยาว 3.2 เมตร)

ขั้นตอนการเตรียมแปลงปลูก
1 ถอดโครงหลังคาออก ให้ทำงานสะดวก ชั้นแรกปูพื้นด้วยเศษวัสดุอินทรีย์ กิ่งไม้ ท่อนไม้ ทางปาล์มประดับ เศษวัสดุที่ไม่ย่อยใน 2 เดือนจากกองปุ๋ยหมัก อจล. เลียนแบบหลักการเพอร์มาคัลเจอร์ ลดปัญหาในการกำจัดเศษวัสดุจากข้อมูลที่ได้ศึกษามา การย่อยเกิดตามธรรมชาติอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้ถูกเร่งกระบวนการแบบกองปุ๋ยที่มีการเติมมูลสัตว์ซึ่งมีจุลินทรีย์จำนวนมหาศาลทั้งปริมาณจุลินทรีย์โดยธรรมชาติและความร้อนที่เกิดจากกระบวนการย่อยสลายจึงไม่สูง ไม่ทำอันตรายต่อรากพืชครับ

2 ชั้นถัดขึ้นมา กาบมะพร้าวสับละเอียด จากมะพร้าวน้ำหอมที่กินบ่อยๆ เปลือกไม่เคยทิ้ง ปอกแล้วส่งเข้าเครื่องบดกิ่งไม้แหลกละเอียด เอาไว้ผสมดินหรือซุกไว้ใต้แปลงปลูก ทำให้ระบายน้ำได้ดี

3 ใช้วัสดุปลูกหนา 7 ซม. ผักสลัดรากตื้น ไม่ต้องเติมดินมากให้สิ้นเปลือง ส่วนผสมวัสดุปลูก ดิน 4 ส่วน(เลียนแบบศิษย์พี่ท่านนึง โดยการคราดหน้าดินมาจากโคนต้นไม้ที่ทับถมกันมานาน และดินใต้กองปุ๋ยเก่า) ปุ๋ย อจล. 1 ส่วน แบบไม่ร่อน แกลบดิบใหม่ 1 ส่วน

4 ชั้นสุดท้าย ห่มดินด้วยฟาง รักษาความชื้นหน้าดินลดการแผดเผาโดยแสงแดด เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการเติบโตของจุลินทรีย์ในดิน ตามหลักการ “เลี้ยงดิน ให้ดินเลี้ยงพืช” ตามด้วยรดน้ำผสมชีวภัณฑ์กำจัดเชื้อโรคในดิน ไตรโคเดอร์มา ให้ทั่วทั้งแปลง เน้นรดช่วงเย็น ซ้ำประมาณ 3 วันต่อเนื่อง

แจกฟรี 15 สูตรดินปลูกพืช ทุกชนิด (ขอบคุณข้อมูล : ครูชาตรี ต่วนศรีแก้ว) พร้อมเทคนิคการบำรุงดินอย่างง่าย ๆ เพื่อให้ดินคืนความอุดมสมบูรณ์ สามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี โดยใช้ปุ๋ยธรรมชาติที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้มาก สูตรการบำรุงดินโดยใช้ปุ๋ยธรรมชาติมีดังนี้

สูตรที่ 1 นำใบมะขาม ใบกระถิน ใบขี้เหล็ก ใบจามจุรี ใบโสนและใบแค ที่ร่วงแล้วมากองรวมกัน และรดน้ำให้ชื้นภายใน 7-10 วัน จะเปื่อยยุ่ย สามารถนำมาผสมกับดินปลูกในกระถางหรือนำไปหว่านโรยรอบต้นพืชที่ปลูก ถือเป็นการกำจัดเศษใบไม้ใต้ต้นได้ดี กรณีต้องการให้มีคุณภาพดีขึ้น ให้กองรวมกับปุ๋ยคอก โดยใช้อัตราส่วน เช่น ใบจามจุรี 4 ส่วน : ปุ๋ยคอก 1ส่วน เป็นต้น

สูตรที่ 2 นำใบมะขาม ใบชมวง ใบมะกอกไทย และใบชมพู่ โดยนำมาหมักให้เน่าเปื่อย หรือเก็บรวมใส่ถุงขยะสีดำปิดปากถุงทิ้งไว้ 7 วันเพื่อให้เน่าเปื่อย ใบไม้หมักเหล่านี้จะมีความเป็นกรด เหมาะสำหรับดินปลูกไม้ประดับหรือใบไม้ที่มีสี เช่น โกสน บอนสี และช่วยให้ใบและดอกสีเข้มขึ้น

สูตรที่ 3 นำต้น ใบ และรากของผักตบชวา มาสับให้เป็นท่อน ๆ กองรวมกันให้เหี่ยวสัก 2-3 วันราดด้วยน้ำปุ๋ยคอก คลุมด้วยกระสอบประมาณ 7-10 วัน ผักตบจะเหี่ยวยุบตัวลงและมีธาตุอาหารที่สมบูรณ์ สามารถนำไปใส่แปลงผัก หรือผสมดินที่ปลูกต้นไม้ได้

สูตรที่ 4 เปลือกถั่วลิสงนำมากองหมักไว้สัก 3 สัปดาห์ จนเปื่อยยุ่ย นำไปรองก้นหลุม เพื่อปลูกไม้ผลหรือผสมดินปลูกต้นไม้ จะช่วยให้ดินร่วนซุยมีความสมบูรณ์

สูตรที่ 5 นำละอองข้าวที่เกิดจากขัดสีข้าวเปลือกจะเป็นส่วนเนื้อเยื่อหุ้มเมล็ดข้าว จมูกข้าวและรำ โดยนำละอองข้าวนี้มาแช่น้ำ 1-2 วัน แล้วนำน้ำหมักที่ได้ไปรดต้นไม้ โดยเฉพาะผักกินใบ ซึ่งจะทำให้ใบมีสีเขียวเข้ม ยอดและใบจะอวบน่ารับประทาน

สูตรที่ 6 นำน้ำซาวข้าวไปรดใบสะระแหน่ จะช่วยบำรุงใบให้เจริญงอกงาม

สูตรที่ 7 นำเปลือกกล้วยชนิดใดก็ได้ มาหั่นเป็นท่อน ๆ แล้วตากแดดให้แห้ง นำไปผสมดินปลูก หากนำไปใช้กับกุหลาบจะช่วยให้ออกดอกสีสันสวยงาม

สูตรที่8ดินปลูกต้นไม้ทั่วๆไป ดินร่วน 1 ส่วน ใบใม้ผุ 1 ส่วน ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยเทศบาล 1 ส่วน

สูตรที่ 9 ดินปลูกไม้ดอกกระถาง สูตรดินใบก้ามปู 1 ส่วน ปุ๋ยคอก(ต้องเก่าๆ) 1 ส่วน ดินร่วน 1 ส่วน กาบมะพร้าวสับ 1 ส่วน

สูตรที่ 10 ดินปลูกสำหรับปลูกโป้ยเซียน ดินขุยไผ่ผสมแกลบหรือทรายหยาบ 1 ส่วน ถ่านป่น 1 ส่วน อิฐมอญทุบเล็กๆ 2 ส่วน เปลีอกถั่วและใบทองหลางหรือใบก้ามปูผุๆ 2 ส่วน

สูตรที่ 11 ดินสำหรับปลูกแคคตัส และพืชอวบน้ำ เช่น กุหลาบหิน โคมญี่ปุ่น พืชเหล่านี้ ไม่ต้องการดินที่มีอาหารสมบูรณ์มากนัก แต่ต้องการ ดินที่ร่วนโปร่งการะบายน้ำได้ดี และอุ้มน้ำได้พอสมควรส่วนผสมของดินมีดังนี้ ดินร่วน (ผึ่งแดด 7 วัน) 2 ส่วน ทรายหยาบ 3 ส่วน ถ่านปุ่น 1 ส่วน ใบก้ามปูผุ ๆ 1 ส่วน ปูนขาวเล็กน้อย

สูตรที่ 12 ดินสำหรับปลูกเบญจมาศ โกสน ปาล์ม ดินร่วนทรายหยาบปุ๋ยคอกเก่า ๆปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยเทศบาลกระดูกป่นเล็กน้อย

สูตรที่ 13 ดินสำหรับปลูกเฟิร์นดินเผาหรือร่วน 1 ส่วนทรายละเอียด 1 ส่วนเศษอิฐหักป่น 1 ส่วนใบก้ามปูผุ ๆ 1 ส่วนปุ๋ยคอกเก่า 1/2 ส่วนปูนขาว 1/4 ส่วนถ้าเป็นเฟิร์นที่ชอบขึ้นตามโขดหิน ก็ควรจะผสมเศษหินปูนลงไปบ้าง

สูตรที่ 14 ดินสำหรับปลูกบอน ว่านต่าง ๆ ดาดตะกั่ว ดินร่วน 6 ส่วนทราย 4 ส่วนปุ๋ยคอก 1 ส่วนใบมะขามผุ ๆ 1 ส่วน

สูตรที่ 15 ดินสำหรับปลูกคล้า และมารานต้าดินร่วน 2 ส่วนทราย 2 ส่วนขุยมะพร้าว 2 ส่วนแกลบ 1 ส่วนปุ๋ยคอก 1 ส่วน

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published.