เลี้ยงปลาหมอ ในสวนยางพารา 5 เดือน จับขายได้ตัวละครึ่งโล

ที่ว่าโกแอ๊ะทำได้ คือเลี้ยงไปตามปกติกับเวลาแค่ 5 เดือน แต่สามารถทำน้ำหนักได้ถึง 2 ตัวต่อ 1 กิโลกรัม (จนสื่อบอกว่าปลาหมอยักษ์) หรือเลี้ยง 3 เดือน จะได้น้ำหนัก 5 ตัวต่อ 1 กิโลกรัม จากความสำเร็จอันนี้ ทำให้ชื่อเสียงของโกแอ๊ะโด่งดังในพริบตา ชนิดที่ว่าสังเวียนปลาหมอดุเดือดขึ้นมาอีกครั้ง…แค่ได้เห็นบ่อเลี้ยงปลาหมออยู่ใน่สวนยางพาราที่ราคากำลังตกต่ำคนก็สนใจแล้ว ยิ่งทราบว่าเลี้ยงได้ผล ได้น้ำหนักเกินคาด ยิ่งได้รับความสนใจใหญ่

มีสื่อมวลชนที่เริ่มทราบข่าวไปถ่ายทำเป็นคลิปก็หลายคลิป (แต่ยังไม่กี่เจ้านัก) แต่ละคลิปถือว่าฮือฮากันพอสมควร อยากรู้ตัวตนว่าโกแอ๊ะไปได้วิชาดีมาจากไหน (สำหรับคลิปที่ “เกษตรก้าวไกล” นำมาเสนอนี้ เป็นของ “ไม่ลองไม่รู้” สำนักพิมพ์นาคา พันธมิตรร่วม…ขอบคุณมา ณ โอกาสนี้)

“เดิมเปิดร้ายขายอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือที่หาดใหญ่ แต่เศรษฐกิจไม่สู้ดี 3 ปีที่แล้วเลยกลับมาเริ่มต้นใหม่กับสวนยางที่บ้านเกิด แต่เมื่อยางราคาตกทำอะไรไม่ได้มาก จึงคิดว่าน่าจะทำอะไรเสริมบนพื้นที่ว่างตามร่องสวน ศึกษาหาความรู้จากสื่อต่างๆ โดยเฉพาะโซเชียล สุดท้ายมาลงตัวที่เลี้ยงปลาหมอชุมพร เพราะภาคใต้ขายได้ราคาดี แต่จะขุดบ่อกลัวจะกระทบกับรากต้นยาง จึงทดลองทำบ่อบนดินเอาไม้มากั้นเป็นโครง แล้วปูด้วยผ้าใบ ลองผิดลองถูกอยู่กว่า 2 ปี จึงได้สูตรสำเร็จจนทุกวันนี้”

สัญชัย เพชรคง เจ้าของ “ฟาร์มปลาหมอโกแอ๊ะ” ต.ควนศรี อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี บอกถึงที่มาของการเลี้ยงปลาหมอชุมพรในบ่อปูผ้าใบ ที่สามารถเลี้ยงได้น้ำหนัก 2 ตัวต่อ กก. ในระยะเวลาการเลี้ยงแค่ 5 เดือนเท่านั้น

ปัจจุบันเลี้ยงไปทั้งหมด 30 บ่อ มีทั้งแบบบ่อสี่เหลี่ยม และบ่อสี่เหลี่ยมมีขนาดกว้าง 4 ม. ยาว 6 ม. สูง 1 ม. เดิมใช้ไม้เป็นโครงแต่ปัจจุบันใช้อิฐบล็อกแทนเพื่อความคงทน…ส่วนบ่อกลมมีขนาดเส้นผ่า ศูนย์กลางกว้าง 6 ม. สูง 1 ม. ใช้ท่อพีวีซีเป็นโครงบ่อ

แต่ละบ่อปล่อยน้ำสูง 80 ซม. ลงปลาได้บ่อละ 700 ตัว สำหรับบ่อไม่มีระบบเติมอากาศ…แต่ถ้าติดตั้งระบบเติมอากาศจะลงได้บ่อละ 2,100 ตัว ส่วนการบริหารจัดการจะใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติ คนเดียวก็เลี้ยงได้ ไม่ต้องจ้างแรงงาน…

ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนถ่ายน้ำ ตั้งเวลาให้เปลี่ยนอัตโนมัติวันละ 17 ครั้ง ทั้งกลางวันกลางคืน ปลาได้รับน้ำใหม่ จะกระตุ้นให้กินอาหารได้มากขึ้น การใช้อาหารก็เช่นกัน ให้อาหารปลาดุก ตั้งเวลาอัตโนมัติให้ทุก 3 ชั่วโมง

ข้อดีของการเลี้ยงปลาหมอแบบนี้…ช่วยให้การบริหารจัดการง่าย ประหยัดต้นทุน ปลากินอาหารมาก ได้ปลาตัวใหญ่ในเวลาสั้น ไม่เหม็นสาบโคลน อัตรารอดสูง เมื่อเทียบกับบ่อดิน ไม่ต้องเสียเวลาวิดน้ำหลายชั่วโมง สามารถจับปลาทีละน้อยๆ 1-2 กก.ได้ง่ายๆ แค่เอาสวิงไปช้อน

ที่สำคัญน้ำเสียที่เปลี่ยนถ่าย สามารถเอามารดต้นยาง ทำให้เปลือกยางนิ่ม กรีดง่ายๆ น้ำยางข้น ไม่ต้องซื้อปุ๋ยให้สิ้นเปลืองต้นทุน

“เราทำของดีออกมา สามารถกำหนดราคาเองได้ ปลาหมอของผมกำหนดราคาปากบ่อไว้เลย กก.ละ 85 บาท ต่ำกว่านี้ไม่ขาย ขณะที่ทั่วไปขายได้แค่ กก.ละ 60-65 บาท ถึงของเราจะแพงกว่า แต่ก็มีพ่อค้าจากชลบุรี นครสวรรค์มารับถึงที่ เพราะปลาเราไม่มีกลิ่นโคลนเหมือนเจ้าอื่น ปลาส่วนหนึ่งเราขายในพื้นที่ ให้ชาวบ้านว่างงาน หรืออยากมีรายได้พิเศษมาตักไปได้ก่อน แล้วค่อยเอาเงินมาจ่ายคืนทีหลัง ช่วยให้ชาวบ้านได้กำไรจากส่วนต่าง กก.ละ 15-35 บาท เพราะบางคนเอาไปขายแบบดีลิเวอรีส่งถึงบ้านละแวกใกล้เคียง”

จากความสำเร็จที่ทำมา เจ้าของ “ฟาร์มปลาหมอโกแอ๊ะ” พร้อมเผยเทคนิคการสร้างรายได้เสริมในสวนยางให้กลายเป็นรายได้หลัก สนใจสอบถามได้ที่ 08-3016-5247

Facebook Comments Box

Leave a Reply