“4 พี่น้อง” บริจาคมรดกทั้งหมด พร้อมเผยเงินจำนวนนี้ พวกเราไม่ควรได้

สื่อต่างประเทศรายงานว่า มีหญิงคนหนึ่ง สูญเสียสามีอันเป็นที่รักไป ทำให้เขาต้องกลายเป็นซิงเกิ้ลมัมไปโดยทันที เธอต้องแบกรับภาระหนัก กัดฟันเลี้ยงดูลูกชายทั้ง 4 คนจนเติบโตจนกลายเป็นคนดีของสังคม

การต้องรับหน้าที่ดูแลลูกโดยลำพังสร้างความหนักใจให้ซิงเกิ้ลมัมหลาย ๆ คน คุณแม่อาจรู้สึกเครียด กดดัน หรือเหนื่อยล้าจนดูแลเอาใจใส่และสอนลูกได้ไม่เต็มที่ ซึ่งเด็กที่ไม่ได้รับการใส่ใจเท่าที่ควรอาจมีปัญหาด้านนิสัยและพฤติกรรมตามมา และหากครอบครัวไม่มีฐานะมากนัก การหาเงินเลี้ยงลูกเพียงคนเดียวอาจทำให้คุณแม่เผชิญปัญหาทางการเงินด้วย นอกจากนี้ สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวอาจเป็นกังวล คือ เด็กอาจรู้สึกขาดพ่อ

เจียง เซิน เยียนลูกชายคนที่ 2เล่าว่า ตั้งแต่เล็กจนโตแม่จะเป็นแม่บ้านคอยเลี้ยงดูลูกทั้ง 4 คนอยู่ที่บ้าน ส่วนพ่อจะตื่นแต่เช้ามืดเพื่อออกไปทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว แต่หลังจากที่พ่อเสียไป แม่ก็ต้องลุกขึ้นเป็นเสาหลักให้ครอบครับ ออกไปทำงานหาเงินทุกวัน บ้างก็ไปทำความสะอาดบ้านให้คนอื่น บ้างก็รับจ้างรายวัน

ในตอนนั้นเจียง เซิน เยียนบอกว่า ตนเองยังเล็กมากไม่เข้าใจว่าแม่ลำบากมากแค่ไหน พอโตขึ้นแล้วมาย้อนคิดจึงทำให้รู้ว่า แม่ลำบากมากในเวลานั้น แม่ไม่มีความสุขเลยสักนิด เพื่อนบ้านก็บอกว่าไม่เคยเห็นแม่ยิ้มเลยแม้แต่ครั้งเดียว

มีอยู่วันหนึ่งแม่ได้ขับรถพาพวกเรา 4 พี่น้องไปทะเลทางภาคใต้ของไต้หวัน พวกเราสนุกกันมาก เป็นวันที่พวกเราจำได้ดีมากเพราะมีความสุขมาก แต่ต่อมาภายหลังเขากลับไปพอสมุดบันทึกของแม่ และนั้นทำให้เขาตกใจมาก เพราะแม่บอกว่าความจริงในวันนั้นจะพาพวกเราไปกระโดดทะเล เพราะไม่อยากสู้ต่อไปแล้ว รู้สึกเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด แต่เป็นเพราะพวกเราทั้ง 4 พี่น้องค่อนข้างเชื่อฟังและดูสนุกมากในวันนั้น จึงทำให้แม่เปลี่ยนใจ

เขารู้สึกขอบพระคุณแม่มาก ที่พยายามสู้ต่อไปเพื่อพวกเรา เลี้ยงดูจนเติบใหญ่ อบรบสั่งสอนให้พวกเรารู้จักพึ่งพาตนเอง แม่ยังบอกอีกว่า “ตนเองรู้สึกละอายใจมากที่พึ่งพาความช่วยเหลือจากคนอื่นมาโดยตลอด ต่อไปในภายภาคหน้าหวังว่าลูกๆเมื่อเติบโตขึ้นพอมีกำลัง ก็จะต้องช่วยเหลือสังคมให้มาก”

หลังจากที่แม่จากไปแล้วนั้น ยังมีเงินเก็บไว้อีก 4 ล้าน พี่น้องทั้ง 4 คนปรึกษาและลงความคิดเห็นว่า เงินจำนวนนี้ของแม่เป็นเงินที่แม่เก็บมาทั้งชีวิต ไม่ควรที่พวกเราจะเอาไปใช้ แต่ควรให้แม่ได้ใช้ในสิ่งที่แม่หวังไว้ นั้นคือการบริจาคเพื่อช่วยเหลือสังคม เด็กที่ต้องการความช่วยเหลือ เพื่อความรักนี้จะส่งผ่านไปถึงแม่ได้ ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา พวกเขาก็จะบริจาคเงินทุกเดือนประมาณ 20,000 เหรียญไต้หวัน (ราว 21,000 บาท)

ปัจจุบัน 4 พี่น้องได้เปิดร้าน “ขนมแพนเค้กถั่วแดง” พวกเขาพิเศษกว่าร้านอื่นก็ตรงที่ว่า พวกเขาให้ความสำคัญกับวัตถุดิบมาก โดยจะคัดสรรเลือกวัตถุดิบอย่างดี เพื่อให้ผู้บริโภคได้กินของที่ดีดี และพวกเขาคิดว่าการมอบความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้คนอื่นนั้นเป็นสิ่งที่ดี และจะส่งต่อเจตนารมณ์ให้คนรุ่นหลังๆต่อไป

Facebook Comments Box

Leave a Reply