เทคนิคเพิ่มรายได้แก่เกษตรกร เปลี่ยนแปลงผักในมือท่านให้เป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตร

การท่องเที่ยวเชิงเกษตรเป็นการเดินทางท่องเที่ยวไปยังพื้นที่เกษตรกรรม สวนเกษตร วนเกษตร สวนสมุนไพร ฟาร์มปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยง เพื่อชื่นชมความสวยงาม ความสำเร็จ และเพลิดเพลินในสวนเกษตร ได้ความรู้ ได้ประสบการณ์ใหม่ บนพื้นฐานความรับผิดชอบ มีจิตสำนึกต่อการรักษาสภาพแวดล้อมของสถานที่แห่งนั้น

การท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นทางด้านการเรียนรู้วิถีเกษตร กรรมของชาวชนบท โดยเน้นการมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยวในการดำเนินกิจกรรมให้เกิดการเรียนรู้ด้านการเกษตรและวิถีการดำรงชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี และเป็นการนำเอาทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดการเรียนรู้มาทำให้เกิดประโยชน์ก่อให้เกิดรายได้ต่อชุมชน และตัวเกษตรกร การท่องเที่ยวเชิงเกษตร จะเป็นการอนุรักษ์ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนและผล กระทบต่อสภาพสิ่งแวดล้อม  

การทำเกษตรในยุคสมัยนี้ เกษตรกรต้องรู้จักปรับตัวให้ทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป จะทำเกษตรอย่างเดียวคงยากที่จะรุ่ง แต่ถ้าเราทำเกษตรอยู่แล้ว ดัดแปลง และ เพิ่มไอเดียอีกนิด เปลี่ยนสวนเกษตรเรา ให้เป็นบ้านสวนโฮมสเตย์เพื่อเพิ่มรายได้ละ…? เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจใช่ไหม

ในยุคที่ผู้คนชอบการท่องเที่ยว ชอบการถ่ายรูป อัพสเตตัสสวยๆในโลกออนไลน์ ผู้ที่ชื่นชอบความงามในธรรมชาติ ถ้าท่านตอบโจทรย์ตรงนี้ให้คนกลุ่มนี้ได้ การทำสวนโฮมสเตย์ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร รู้ไหมว่าว่ารายได้ที่ติดตามมานั้น มีทั้งค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าของฝาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนหาได้จากในไร่สวนของเราเอง งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าจะต้องเริ่มต้นยังไงกันบ้าง

1สถานที่ ซึ่งหากเรามีสวน หรือไร่อยู่แล้ว ข้อนี้ก็ข้ามไปได้เลยครับ แต่หากยังไม่มีก็ต้องหาซื้อที่ดินที่คิดว่าอยู่ในสภาพที่ทำเป็นรีสอร์ทได้ ทะเล ภูเขา เขื่อน แม่น้ำ ฯ เหมาสำหรับทำเกษตรแทรกลงไปสำหรับการเดินทางไม่ควรไกลจากแหล่งชุมชนนัก และมีนักท่องเที่ยวผ่านไปผ่านมาพอสมควร ระหว่างนี้อาจค่อย ๆ ผ่อนไป

2ทำผังคร่าว ๆ ว่าจะมีห้องพักกี่ห้อง อะไรตรงไหน มีกิจกรรมอะไรบ้างในที่ (ตามความฝัน) แล้วก็ลงมือปลูกต้นไม้ในส่วนที่เหลือ เอาไม้ป่าพื้นถิ่นนั้นแหละดี เพราะไม่ต้องดูแลมาก ไม่ต้องห่วงเรื่องเพลี้ยกระสอบจะมาขโมยพืชผลไป อาจเป็น สัก มะค่า ประดู พยุง พยอม ตะแบก สาธร หว้า สะเดา ไทร มะหาด ไข่เน่า ฯลฯ ควรมีพวกตะขบ มะขามเทศ กล้วย เพื่อเรียกนกด้วย อีก 10-20 ปี มันจะเป็นป่าที่สวยงาม ข้อสำคัญช่วงแรกนี้ไม่ต้องจ้างคนเฝ้าสวนก็ได้ เพราะเราทำสวนอยู่แล้ว เพี่ยงแค่จัดระบบระเบียบให้มีความสะอาดตา และมีจุดขาย เช่นสวนผลไม้ สวนผัก ที่สามารถให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพได้

3หากมีเงินจ้างแมคโครมาขุดสระน้ำไว้ก็ดี (ขายดินที่ขุดเอาเงินมาเป็นค่าขุดได้ยิ่งดี) เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้หน้าแล้ง เพื่อให้มีนกมีปลามาอาศัย และชาวบ้านแถวนั้นยังอาจได้พึ่งพา ฝากผีฝากไข้ให้ช่วยดูแลที่

4เสาร์อาทิตย์นึกสนุกก็ชวนเพื่อนขับรถมาหา เอากล้าไม้มาปลูก เอาลูกปลามาปล่อย มาถางหญ้าบ้าง (ถ้าต้นไม้โตแล้วร่มเงาจะทำให้ไม่มีหญ้าครับ) มาลองตั้งเตนท์แคมป์ปิ้ง ชวนพรรคพวกมาถ่ายนก ถ่ายแมลง (เผื่อได้เพื่อนร่วมอุดมการณ์) ฯลฯ ข้อนี้จะทำให้เราเริ่มได้แขกจากคำแนะในของเพื่อนๆ

5ข้อสำคัญพยามยามอย่าใช้เงินกู้ ใช้เงินเก็บ เพราะถึงโครงการรีสอร์ทไม่เวิค คุณก็ยังมีสวนเศรษฐกิจพอเพียงเลี้ยงดูตัวเองได้ จนตายครับ ไม่ถูกแบงค์ยึดหมดเนื้อหมดตัว อย่างที่สวนตรีแอนด์โฮมสเตย์ เจ้าของลงมือทำเอง โดยเริ่มจาก เล็กๆ น้อยๆ ทำไปทีละส่วน ด้วยวัสดุจากธรรมชาตืที่หาได้ในท้องถิ่น ทำให้ช่วยลดภาระในเรื่องต้นทุนได้มากทีเดียว

6ที่พักไม่ต้องเริ่ดหรู แค่สะดวกสบายพอสำหรับ 1-2 คืน ที่สำคัญคือห้องน้ำห้องท่าสำหรับแขก ซึ่งเรื่องนี้ช่วยเพิ่มคะแนนคอมเม้นจากแขกหลายๆคนครับว่าถึงแม้ห้องจะเล็กหน่อย ไม่มีแอร์ แต่ก็สบายดีได้บรรยากาศแบบไร่สวน ได้สูดอากาศยามเช้า ซึ่งนี่เป้นจุดขายครับ

7อาหารที่มาจากสวนของเราเอง ไม่ว่าจะเป็น ไก่ ปลา ผัก ล้วนแล้วแต่มีคุณค่าในการนำมาทำอาหารให้ลูกค้า เนื่องจากเราขายความเป็นสวนปลอดสารพิษลูกค้าแม้จะได้กินอาหารที่ไม่ได้ดีมากระดับโรงแรมแต่ก็ชมเป็นเสียงเดียวกันว่ารับรู้ถึงรสชาติของผักสดๆ เนื้อปลาใหม่ๆ และที่สำคัญดีต่อสุขภาพของพวกเขา ซึ่งนั่นเป็นการเติมเต็มวันพักผ่อนให้พวกเขาได้เป็นอย่างดี

นี่คือตัวอย่างการทำสวนเกษตรเป็นโฮมสเตย์ ท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : www.chilldee.com , Travel-M.Thai , สวนตรีแอนด์โฮมสเตย์ , บ้านไร่ ไออรุณ

Facebook Comments Box

Leave a Reply