“ภาษาของใบไม้” รู้ไว้ปราบแมลง

เพราะ “แมลงศัตรูพืช” มีหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งที่มองเห็นชัด ๆ จับได้แบบคาตาว่ามากัดกินต้นไม้ของเรา แต่ก็มีอีกหลายที่ซ่อนตัวได้อย่างแนบเนียนและมีรูปร่างหน้าที่แตกต่างกันไปบางตัวไม่คุ้นหน้าก็คิดว่าไม่อันตราย แต่พอรู้ตัวอีกทีก็เล่นต้นไม้แสนรักซะใบร่วงโกร๋น หรือเหลือแค่กิ่งไว้ดูต่างหน้า ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีเลยทีเดียว

แมลงศัตรูพืช จำแนกแบบง่าย ๆ เป็น 2 ประเภทตามลักษณะการกัดกินคือ แมลงปากดูด ซึ่งจะทำลายต้นไม้ด้วยการดูดกินน้ำเลี้ยง เช่น เพลี้ยแป้ง เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ ไร แมลงหวี่ขาว อีกประเภทคือ แมลงปากกัด จะทำลายต้นไม้ด้วยการกัดกินใบ ใช้ปากแทะ เช่น หนอนชอนใบ หนอนกระทู้ ทาก ซึ่งทั้งสองชนิดจะมีแมลงศัตรูธรรมชาติที่จะทำลายเจ้าวายร้ายตัวจิ๋วในสวนตามระบบนิเวศ คือ ตัวห้ำ ที่จะไปกัดกินเหยื่อเป็นอาหาร เช่นแมลงปอ แมลงช้างปีกใส ตั้งแตนตำข้าว แมลงวันหับบุบ ด้วงเสือ ด้วงเต่าลาย แมงมุม แมงป่อง ต่อ แตน เป็นต้น อีกประเภทคือ ตัวเบียน เช่นแตนเบียนไข่ แมลงวันก้นทอง ช่วยทำลายไข่หนอน แมลงตัวเบียนจะวางไข่ที่ตัวเหยื่อ เมื่อหนอนฟักตัวก็จะชอนไชกินอยู่ภายใต้ตัวเหยื่อและตายในที่สุด

นอกจากนี้ ยังมีวิธีกำจัดโดยไม่ต้องใช้สารเคมีอย่างการผสมสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อนแรงฉีดรอบ ๆ ต้นไม้จะออกฤทธิ์ทำให้ไข่แมลงฟ่อและกำจัดไม่แพร่ระบาดยิ่งกว่าเดิม ทั้งนี้ เจ้าของสวนต้องหมั่นระวังไม่ให้แมลงเหล่านั้นบุกสวน สังเกตอาการของต้นไม้ที่ปลูก ลักษณะใบ การออกดอกแตกผล และกำจัดอย่างถูกวิธี ซึ่งอาการต้นไม้ที่จะแสดงผลเมื่อถูกแมลงกัดกินมีอะไรบ้าง เราจะพาไปรู้จักกัน

ใบหงิกงอ เหลืองร่วง: เพลี้ยอ่อน

เพลี้ยอ่อนเป็นแมลงที่มีขนาดเล็กเท่าหัวเข็ม ดูดกินน้ำเลี้ยงตามใบ ยอด หรือดอก ทําให้มีอาการใบหงิกงอ ใบเหลืองร่วง ต้นไม่แตกยอดอ่อน ไม่ออกดอก ดอกเหี่ยวและอ่อนแอ

กำจัดด้วยชีววิธี: ใช้แมลงห้ำอย่างด้วงเต่าลาย แมลงปอ กินตัวเพลี้ยอ่อน

สูตรสมุนไพร: บดพริกสด พริกไทยสด และดีปลีสด อย่างละ1 กิโลกรัม ให้ละเอียด นำส่วนผสมทั้งหมดไปผสมกับน้ำ 20 ลิตร หมักนาน 3-5 วัน กรองเอาแต่น้ำหัวเชื้อ โดยอัตราส่วนการใช้ให้ผสมน้ำหัวเชื้อปริมาณ 200-500 ซีซี.ต่อน้ำ 20 ลิตร นำไปฉีดพ่นให้ทั่วทรงพุ่มต้น ทุก 3-5 วัน

ใบพืชมีจุดด่างขาว: ไรแดง

ใบพืชมีจุดด่างบาง ๆ สีใบจางลง และขอบใบม้วนงอ จากนั้นใบจะร่วง และต้นพืชอาจตายได้ ไรแดงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่าไรแมงมุมเพราะสามารถสร้างใยได้เหมือนแมงมุม ทำลายใบเป็นจุดด่างขาวตามเส้นใบ แพร่ขยายในวงกว้าง ทำให้ใบขาวซีด กระด้างกรอบ
แล้วค่อย ๆ แห้งและร่วงจากต้น

กำจัดด้วยชีววิธี: ใช้แมลงห้ำ เช่น ไรตัวห้ำกินตัวไรแดง

สูตรสมุนไพร: สับใบสะเดา ข่า และตะไคร้หอม อย่างละ 1 กิโลกรัม ให้ละเอียด นำส่วนผสมทั้งสามอย่างมาตำรวมกัน ผสมกับน้ำ 20 ลิตร หมักไว้ 1 คืน กรองเอาน้ำหัวเชื้อที่ได้นำไปผสมน้ำในสัดส่วน 1 : 1 ฉีดพ่นทุก 7 วัน ในตอนเย็น

มีจุดสีเหลือง หงิกงอ: แมลงหวี่ขาว

แมลงหวี่ขาวและตัวอ่อนจะรวมกลุ่มอยู่ใต้ใบของพืช แมลงหวี่ขาวจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบและยอดของต้นไม้ ทำให้เกิดจุดสีเหลืองบนใบพืช ใบหงิกงอ ขอบใบม้วนลงด้านล่าง ต้นแคระแกร็น และเป็นพาหะนำเชื้อไวรัสสาเหตุของโรคใบด่าง

กำจัดด้วยชีววิธี: ใช้แมลงเบียน เช่น แตนเบียน วางไข่ในตัวแมลงหวี่ขาว

สูตรสมุนไพร: เลือกพืชที่มีกลิ่นแรง เช่น ใช้ยาสูบแช่น้ำ คั้นน้ำบอระเพ็ด คั้นน้ำดอกดาวเรือง ผสมน้ำสะอาดแล้วนำไปฉีดรดต้นไม้ กลิ่นฉุน ๆ จะไล่แมลงหวี่ไม่ให้เข้ามาใกล้ต้นไม้

ใบแหว่ง มีรอยกัด: หอยทาก

อีกหนึ่งศัตรูตัวร้ายในสวนคือหอยทาก จะเติบโตและขยายพันธุ์จำนวนมากในช่วงฤดูฝน วางไข่ในพื้นที่อับชื้นอย่างซากกองใบไม้ ซากไม้ผุ เมื่อแพร่ขยายเติบโตขึ้นออกหากินในช่วงเวลากลางคืนที่มีอากาศเย็นลง และกัดกินใบไม้เกือบทุกชนิดเป็นอาหาร การป้องกัน
หอยทากในเบื้องต้นคือต้องรู้จักสร้างนิเวศในสวนไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ หรือหากพบว่าหอยทากบุกแล้วให้เก็บไปทิ้งให้ไกลจากพื้นที่สวนของเรา

วิธีป้องกัน: ใช้ปูนขาว กากกาแฟ กระเทียมสับ โรยรอบ ๆโคนต้นไม้ แปลงปลูก ฤทธิ์กรด ด่างจะทำให้ตัวหอยทากรู้สึกระคายเคืองและไม่เข้ามาใกล้บริเวณนั้นอีก

ขอบคุณมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ

Facebook Comments Box

Leave a Reply