เคยเห็นไหม? ลูกควาย ตัวละ 2 ล้านกว่าบาท

ควายไทย ถือเป็นสัตว์ที่อยู่คู่กับสังคมไทยมานับตั้งแต่อดีต แม้ว่าในปัจจุบันนี้ควายไม่ได้เป็นสัตว์ที่เลี้ยงเพื่อไว้ไถนาอย่างเช่นสมัยก่อน แต่เกษตรกรรุ่นใหม่หันมาเลี้ยงควายไทยที่มีน้ำหนักมากกว่า 1 ตัน กันมากขึ้น เนื่องจากมีความสวยงามมากกว่าควายต่างประเทศ และยังสามารถขายได้ราคาแพงถึงหลักหลายแสนบาท สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรที่เลี้ยงได้เป็นอย่างดี

ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2563 ที่ บิ๊กไอซ์ฟาร์มควายไทย หมู่ 1 ต.ทับยายเชียง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก นายสมบัติ ทำละเอียด เจ้าของบิ๊กไอซ์ฟาร์มควายไทย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ได้มีลูกค้ามาเยี่ยมชมฟาร์มและเห็นว่า ลูกควาย 2 ตัว ที่เพิ่งคลอดมาได้เพียง 10 วัน คือ น้องขวัญใจ และ น้องมหาชน เป็นลูกควายไทยที่มีลักษณะดี ขนสีทอง จึงได้เจรจาเพื่อขอซื้อลูกควายทั้ง 2 ตัวไป

โดยลูกควายทั้ง 2 ตัว เกิดจากพ่อพันธุ์ เจ้าเก้าเจริญ ซึ่งเป็นควายไทยรูปหล่อที่สุดของประเทศไทย ปี 2562 เคยได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดควายไทยมาแล้วมากกว่า 30 สนาม น้ำหนักตัว 1,400 กิโลกรัม มีค่าตัวสูงถึง 20 ล้านบาท โดยลูกควายตัวแรก เกิดจากพ่อพันธุ์เจ้าเก้าเจริญกับแม่พันธุ์เนื้อทอง คลอดลูกเป็นตัวเมียมีชื่อว่า “น้องขวัญใจ” ส่วนลูกควายอีกตัวเป็นตัวผู้ที่เกิดจากพ่อพันธุ์เจ้าเก้าเจริญกับแม่พันธุ์ถุงทอง ได้ลูกชื่อว่า “น้องมหาชน”

นายสมบัติ กล่าวว่า สำหรับผู้ที่ซื้อไป ไม่ใช่เกษตรกร แต่เป็นคนทำหมู่บ้านจัดสรร ที่มีความชื่นชอบควายไทยตั้งแต่เด็ก มีความตั้งใจและมีความสนใจที่จะอนุรักษ์ควายไทยให้ยั่งยืน เมื่อลูกค้ามีความสนใจทาบทามเพื่อขอซื้อลูกชายทั้ง 2 ตัว ตนได้ปรึกษากับครอบครัวก่อนตัดสินใจแบ่งลูกควายทั้ง 2 ตัวให้

โดยถ้าแบ่งให้แล้วอยากได้บุตรหรือหลานแต่ละตัว ส่วนราคาจะให้เท่าไหร่ก็แล้วแต่คนซื้อ ปรากฏว่าคนซื้อเสนอให้ราคามาในราคาตัวละ 1,090,000 บาท นับว่าราคาค่อนข้างสูง และเป็นประวัติศาสตร์ของลูกควายไทยที่ตัวเล็กอายุเพียง 10 กว่าวัน แต่มีราคาตัวค่าตัวถึงล้านกว่าบาท หลังจากนี้ทางฟาร์มยังคงเลี้ยงดู น้องขวัญใจ และ น้องมหาชน ต่ออีก 10-12 เดือน ก่อนส่งมอบให้กับลูกค้า

สำหรับราคาควายไทย มีทุกราคา ราคาระดับรากหญ้า 30,000 – 50,000 บาท ไปจนถึงราคาหลักแสนบาท ซึ่งราคาขายควายไทย เป็นราคาที่ตั้งขึ้นเอง ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ขายและผู้ซื้อ แต่ปัจจุบันยอมรับว่าราคาควายมีราคาค่อนข้างสูง ส่วนเกษตรกรรายใด ที่มีปัจจัยน้อยต้องการสายพันธุ์ควายไทยที่ดี ก็สามารถซื้อน้ำเชื้อพ่อพันธุ์ เพื่อไปต่อยอดพัฒนาสายพันธุ์ได้ โดยน้ำเชื้อ ของ “เจ้าเก้าเจริญ” ที่ บิ๊กไอซ์ฟาร์มควายไทย มีจำหน่ายในราคาโดสละ 500 บาท

ส่วนราคาสูงสุดของควายในฟาร์มที่เคยขาย เคยขายได้ถึงตัวละ 6,300,000 บาท ซึ่งระยะเวลาการเลี้ยงควายไทยต้องใช้เวลา 2-3 ปีจึงจะสามารถขายได้ โดยต้นทุนค่าอาหารไม่สูงมาก อยู่ที่ตัวละ 2-3 หมื่นบาท แต่หากพื้นที่ใดมีทุ่งหญ้าไห้ควายได้แทะเล็ม ก็จะสามารถประหยัดค่าอาหารลงได้มาก

นายสมบัติ กล่าวว่า สำหรับตลาดควายไทยเมื่อปีที่ผ่านมา มียอดการสั่งจองค่อนข้างเยอะ เกษตรกรรายใหม่หันมาเลี้ยงควายไทยเพิ่มมากขึ้น มีการสั่งซื้อควายไทยส่งไปยังต่างประเทศ ภาพรวมตลาดควายไทยทั้งประเทศค่อนข้างดี มีจำนวนควายไทยมากกว่าล้านตัว แต่สำหรับ บิ๊กไอซ์ฟาร์มควายไทย ปัจจุบันมีการเลี้ยงควายเหลือเพียง 110 ตัว ถือว่าน้อยกว่าเพราะช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา ที่มีการเลี้ยงควายมากถึง 275 ตัว

สาเหตุที่มีจำนวนลดลง เนื่องจากสภาพพื้นที่ฟาร์มค่อนข้างคับแคบ อีกทั้งส่วนหนึ่งมาจากเกษตรกรทำนามากถึง 3 ครั้ง แต่ปีนี้ภัยแล้งงดการทำนา ก็เป็นโชคดีควายจะมีหญ้าแทะเล็มกิน ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ด้วย

ควายที่เลี้ยงในฟาร์ม บิ๊กไอซ์ฟาร์มควายไทย ทั้งหมดเป็นควายไทยที่มีการปรับปรุงสายพันธุ์ มาแล้ว โดยแต่ละตัวเลี้ยงเพียง 2-3 ปี จะมีขนาดใหญ่ น้ำหนักตัวเฉลี่ยต่อตัวมากกว่า 1,000 กิโลกรัม

ที่มา: บิ๊กไอซ์ฟาร์มควายไทย

Facebook Comments Box

Leave a Reply