ปัญหามะละกอไม่หวาน ไม่แดง ปล่อยผ่านไม่ได้

ปัญหาไม่หวาน ไม่แดง ทำไมต้องเกิดช่วงนี้ทุกปี  ช่วงที่ราคาถูกนี่แหละ….แล้วมันก็จะเป็นปัญหาที่ทำให้ตลาดแย่ลงกว่าเดิมทุกปี  ย้ำว่า  ทุกปี  ปีนี้ก็เหมือนกัน มะละกอที่เข้าตลาดเกือบครึ่ง  เป็นมะละกอไม่หวาน ไม่แดง   แล้วพอมะละกอเหล่านี้   ถูกขายจากตลาดขายส่ง  ไปยังตลายขายปลีก ตลาดนัด  คนกินซื้อมะละกอไปกิน  เจอไม่หวาน ไม่แดงสัก 2 ครั้ง  เลิกกินล่ะ   ถ้าแม่ค้าตลาดนัดขายไม่ได้  แม่ค้าตลาดส่งก็ขายไม่ได้   มันจะฉุดราคาตลาดในภาพรวมให้ดิ่งลงมาอีก

ทำไมต้องเกิดช่วงนี้ตลอด   เพราะน้ำน้อย ดินแห้ง  แปลงที่ไม่มีน้ำจะมีปัญหามากที่สุด แปลงที่ดินไม่อุ้มน้ำ แปลงที่เป็นดินทราย ดินเหนียว ดินที่มีธาตุอาหารต่ำ ดินไม่ดี ไม่สมบูรณ์ทั้งหลาย  จะเจอปัญหามากที่สุด เพราะมีโอกาสขาดโปรแตสเซียม แคลเซียม โบรอนที่เป็นธาตุหลักที่มีผลต่อความหวาน แดงของผลไม้ ช่วงนี้ต้องให้น้ำทุกวัน แต่ไม่มีน้ำจะให้…

มะละกอจะหวาน แดง ต้องได้รับปุ๋ยที่มีโปรแตสเซียม แคลเซียม โบรอนที่เพียงพอค่ะ เราจึงต้องให้ปุ๋ยที่มี 3 ธาตุนี้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลูกค่ะ เพราะมันทำงานด้วยกัน โปแตสเซียมจะไม่เป็นประโยชน์ ถ้าไม่มีแคลเซียมพาไป แคลเซียมที่ถูกสร้างที่ใบก็จะอยู่ที่ใบ ถ้าไม่มีโบรอนพาไปที่ผลค่ะ 3 ธาตุนี้จึงขาดไม่ได้

ใครที่มะละกอหวาน แดง อยู่แล้ว แสดงว่า ได้รับธาตุอาหารที่เหมาะสมแล้ว ใครที่ไม่หวาน ไม่แดงไปเติมค่ะ ใส่ปุ๋ยที่มีโปแตสเซียมหรือตัวท้ายสูงๆ อย่าง 8-24-24, 13-13-21 ,21-7-14 ,15-5-20 ใส่ทุก 10-15 วัน อัตรา 30-50 กก.ต่อไร่ ขึ้นกับสภาพต้นและความดก ร่วมกับการพ่นทางใบด้วยปุ๋ยทางใบที่มีโปแตสเซียมสูง อย่าง 13-0-46 หรือ 0-0-50 หรือ 0-0-60 แต่หนึ่งแนะนำ 13-0-46 มากกว่านะคะ เนื้อไม่เละค่ะ

แต่ถ้าใครที่ให้ 3 ธาตุนี้แล้ว ยังไม่หวาน ไม่แดงอีก หนึ่งมีตัวที่ทำให้หวาน แดงได้ใน 7-10 วัน ไม่ใช่อะมิโน ไม่ใช่น้ำตาลทางด่วน แต่เป็นสารอินทรีย์ที่ปลอดภัยแน่นอนค่ะ แดงแปร๊ดแน่นอน  ลิตรละ 950 บาท เน้นพ่นที่ลูกค่ะ ทั้งคอ นะคะ โดนใบส่วนบนสุดของคอนิดหน่อยค่ะ จะได้ไม่เปลืองยาค่ะ อัตราการใช้ 20 ซีซี.ต่อน้ำ 20 ลิตรค่ะ   ครหวาน แดงอยู่แล้ว ไม่ต้องใช้ค่ะ

ขอบคุณข้อมูล : คุณหนึ่ง รักเกษตร

Facebook Comments Box

Leave a Reply