ใช้ทฤษฎีศาสตร์พระราชา+ตำราอิสราเอล ทำเกษตรผสมผสาน 1 ไร่ สร้างรายได้ ได้ 6 แสนต่อปี

อาชีพเกษตรกร หลายคนมองว่าไม่น่าจะสร้างฐานะอะไรได้ เด็กรุ่นใหม่จึงทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิด มุ่งหน้าสู่เมืองใหญ่เป็นลูกจ้างเต็มขั้น…แต่ไม่ใช่กับ พงษ์พัฒน์ แก้วพะเนาว์ เกษตรกรรุ่นใหม่ จ.มหาสารคาม… เรียนจบมุ่งหน้ากลับบ้าน พร้อมปณิธาน ทำเกษตรทำไมจะรวยไม่ได้

“เรียนจบเกษตรฯ ม.แม่โจ้ เพื่อนหลายคนมองว่า ผมบ้า ไม่ยอมทำงานบริษัทเหมือนคนอื่น แต่มาเป็นเกษตรกร แถมยังมาทำกินในพื้นที่แล้ง อย่างทุ่งกุลาร้องไห้

ส่วนหนึ่งผมเชื่อมั่นว่า ประสบการณ์ที่เรียนมา และความรู้ที่ได้จากการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนกับอิสราเอล ประกอบกับการทำเกษตรแบบผสมผสานของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 จะช่วยพลิกฟื้นผืนดินแห่งนี้ให้กลับมาปลูกพืชได้ เลยใช้พื้นที่ 7 ไร่ที่มีลองปลูกพืชผัก”

พงษ์พัฒน์ ยังสมาร์ท ฟาร์มเมอร์ เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดปี 2559 บอกว่า พื้นที่แถบนี้ส่วนใหญ่แห้งแล้ง ดินเค็ม ปลูกอะไรไม่ได้

เลยใช้เทคโนโลยีที่เรียนรู้มาจากอิสราเอล พลิกฟื้นดินทรายมาปลูกพืช… เริ่มจากพลิกหน้าดิน นำแกลบดิบ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก อย่างละ 1 ส่วน ผสมกับดิน 2 ส่วน ราดด้วยน้ำหมักชีวภาพครึ่งลิตร คลุกเคล้าให้เข้ากัน ทิ้งไว้ 1 เดือน

เมื่อดินเริ่มฟื้นสภาพ เดินระบบน้ำ โชคดีที่นี่มีบ่อน้ำบาดาลหมู่บ้านใช้ได้เลย ไม่เค็มเหมือนที่อื่น แต่ต้องใช้อย่างประหยัด

องค์ความรู้จากอิสราเอลปลูกพืชแบบใช้น้ำน้อยเลยถูกนำมาประยุกต์อีกครั้ง จนเกิดระบบน้ำขึ้น 3 ระบบระบบน้ำหยดให้ปุ๋ยพร้อมกับน้ำ ระบบน้ำพุ่ง และระบบให้น้ำแบบไอหมอก ใช้สเปรย์น้ำให้ความชื้น เพื่อไม่ให้พืชเครียดจากอุณหภูมิที่ร้อนกว่า 35 ํ C

“จากนั้นเริ่มปลูกพืชชนิดต่างๆ เลี้ยงไก่ หมู ขุดบ่อเลี้ยงปลา ตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 แต่ไม่ปลูกไม้ผล หรือไม้ยืนต้น

เพราะดินขาดธาตุอาหารมานาน ไม่เพียงพอต่อไม้ยืนต้น ลองผิดลองถูกไม่นาน ได้สูตรสำเร็จ ปลูกพืชผักสวนครัวหลากชนิดแบบเก็บเกี่ยวได้ทั้งปี เรียกได้ว่ามีผลผลิตขายได้ทุกวัน”

การปลูกพืชวิธีนี้ นอกจากมีเงินหมุนจากผลผลิตตลอด 365 วันแล้ว ยังลดความเสี่ยงเรื่องโรคและแมลงได้เกือบ 100% โดยไม่ต้องพึ่งยาหรือสารเคมี

ด้วยเป็นคนไม่หยุดคิด ไม่หยุดทำ ประกอบกับการประยุกต์ใช้องค์ความรู้จากอิสราเอล ตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 วันนี้หนุ่มอีสานวัยเบญจเพสได้กลายเป็นเจ้าของพืชผักอินทรีย์ถึง 3 แบรนด์ ส่งขายตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ

ได้พิสูจน์ให้เห็นเป็นเกษตรกรก็รวยได้…พื้นที่แค่ 1 ไร่ คิดเป็น ทำเป็น ทำจริง ได้เงินปีละกว่า 600,000 บาท.

หลักคิดและการใช้ชีวิต
พอใจที่ได้ทำหน้าที่เป็นเกษตรกรมาสามปีโดยทั้งเป็นจิตอาสาในชุมชนหลายๆชุมชนประทับใจตั่งแต่เดินเข้าไปในชุมชนได้คำตอบรับและตอนรับเป็นอย่างดีของคนในชุมชน ตั้งแต่การทักทายด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขความรักคนในชุมชน การกล่าวทักทายด้วยคำว่า “เกษตรปลิว” เป็นคำที่ทำให้ผมได้ยินแล้วรู้สึกดีและมีความสุข ผมจึงตัดสินใจทำการเกษตรจากวันนั้นจนถึงวันนี้ คนในชุมชนใจดีถึงแม้ว่าผมจะมีเงินหรือไม่มีเงินซื้อข้าวกินแต่ชาวบ้านก็จะเรียกผมกินข้าวทุกเวลา บ้างที่ก็กินกับชาวบ้านและชาวบ้านยังได้สอนการดำรงชีวิตที่แบบพอเพียงให้กับผม เมื่อเราได้อยู่อย่างนี้ต้องใช้ชีวิตเพียงพอในสิ่งที่ตัวเองมี เดินทางสายกลางอยู่ในศีลธรรมไม่เอาเปรียบคนอื่น รู้จักประมาณตน แค่นี้ก็อยู่ได้ด้วยความสุข

ระบบเกษตรอินทรีย์ที่เราทำหรือผลิตเน้นในเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีหลักการสำคัญ 4 ด้าน คือ สุขภาพ นิเวศ ความเป็นธรรม และการดูแลเอาใจใส่ โดยเน้นหลักที่การปรับปรุงบำรุงดิน การเคารพต่อศักยภาพทางธรรมชาติของพืชสัตว์และนิเวศการเกษตร เกษตรอินทรีย์ลดการใช้ปัจจัยการผลิตจากภายนอกหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีสังเคราะห์ เช่น ปุ๋ยเคมี สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์แต่ในขณะเดียวกันเกษตรอินทรีย์พยายามประยุกต์กลไกและวัฏจักรธรรมชาติในการเพิ่มผลผลิตและพัฒนาความต้านทานต่อโรคของพืช

ความสามารถอันโดดเด่นคิดค้นนวัตกรรมหรือต่อยอดเทคโนโลยีการเกษตรและนำมาใช้ในกระบวนการใดกระบวนการหนึ่งหรือตลอดกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น หลังจากการนำนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีไปใช้กับการเกษตรของตนเอง

ตั้งกลุ่มธนาคารใบไม้ให้กลับโรงเรียน เพื่อให้เด็กๆได้รู้จักการทำปุ๋ยอินทรีย์แบบสูตรง่ายๆจากใบไม้ และสร้างรายได้ให้กับเด็กนัดเรียนในระหว่างเรียน ยังมีการเปิดรับน้องๆนักศึกษา ที่อยากมาฝึกงานเกี่ยวเกษตรอินทรีย์ เป็นการปลูกฝังความรู้ให้กับน้องๆเด็กๆไปให้การเล่าเรียน
1 สร้างระบบการให้น้ำผัก น้ำและปุ๋ยชีวภาพไปพร้อมกันให้ต้นพืชโดยตรง เช่น ระบบน้ำหยด ระบบน้ำพุ่ง ระบบน้ำพ่นหมอก ระบบน้ำนิมิสปริงเกอร์ และระบบน้ำสปริงเกอร์
2 การทำปุ๋ยหมักโดยไม่พลิกกลองกลับทำแบบคอนโคน ประหยัดพื้นที่ประหยัดเวลาต้นทุนต้นที่สุดและเครื่องร่อนปุ๋ยหมักประโยชน์เอาไว้คัดแยกเศษใบไม้ที่ไม่ย่อยสลายออก

เกียรติประวัติและผลงาน
-รางวัลชนะเลิศศูนย์เรียนรู้ฯต้นแบบดีเด่นระดับอำเภอ โครงการประกวดศุนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ปี 2558
-รางวัลรองชนะเลิสอันดับ1 ศูนย์เรียนรู้ต้นแบบดีเด่น ระดับจังหวัด โครงการประกวดศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรอินทรีย์ ปี 2558
-เป็น young smart farmer จังหวัดมหาสารคาม
-ใบรับรองแหล่งปลูกพืชเกษตรอินทรีย์

ข้อมูลการติดต่อ
บ้านเลขที่ 2 ม.2ตำบล.นาภู อำเภอ.ยางสีสุราช จังหวัด.มหาสารคาม 44210
อีเมล์ : pong.pat2010@hotmail.com
เฟซบุ๊ค(Facebook) : Pongpat Kaewpanao ,นายพงษ์พัฒน์ แก้วพะเนาว์
แฟนเพจ(Fanpage) : แก้วพะเนาว์ Organic Fram
ที่มา: ทีมงานรักบ้านเกิด

Facebook Comments Box

Leave a Reply