แค่คนละ 1 บาท 70 ล้านคน’ ช่วยมูลนิธิเพื่อนช้าง

การที่มูลนิธิเพื่อนช้างประกาศยุติบทบาทหลังจากที่ดำเนินงานมากกว่า 20 ปีแต่มีหนี้สิน 20 ล้านบาทซึ่งในล่าสุดนี้ทำเพจ Facebook ที่มีชื่อว่าประชาชนของพระราชาที่มีการเผยแพร่เรื่องราวดังกล่าวพร้อมกับของให้คนไทยช่วยเหลือบริจาคเพื่อช่วยเหลือมูลนิธิเพื่อนช้างคนละ 1 บาท

โดยทางนางสาว โซไรดา ซาลวาลา เลขาธิการมูลนิธิเพื่อนช้าง ก็ได้มีการทำหนังสือส่งไปยังประธานและคณะกรรมการมูลนิธิเพื่อนช้างเมื่อวันที่ 13 มีนาคมโดยไม่ได้มีการขอเสนอญัตติมูลนิธิหลังประสบไปโดยได้มีการระบุตอนหนึ่งในข้อความไว้ว่า

ดิฉัน ได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนรวมถึงสามารถจัดหาบุคลากรที่จะสามารถทำงานต่อและทุนทรัพย์ในการบริจาคไม่เพียงพอที่จะก้าวต่อในปี 26 ฉันจึงควรเห็นที่จะต้องยุติมูลนิธิเพื่อนช้างโดยหนังสือฉบับดังกล่าวนี้เอาไปในฐานะผู้ก่อตั้งกรรมการและเลขาธิการของมูลนิธิเพื่อนช้างซึ่งเจ้าตัวบอกว่าได้มีการไตร่ตรองอย่างรอบคอบและรู้สึกสลดใจเป็นอย่างมากที่จะขอยุติการทำงานของมูลนิธิเพื่อนช้างซึ่งเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์และอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคของประชาชนและไม่ได้เป็นหน่วยงานสังกัดองค์กรรัฐบาล หรือ หน่วยงานเอกชนได้อย่างใด

และที่ผ่านมาทางมูลนิธิก็จะอุปสรรคมากมายทั้งเรื่องบุคลากรทางการแพทย์ที่ขาดแคลนและไม่สามารถจัดหาบุคลากรที่สามารถทำงานต่อไปได้และอุปสรรคที่สำคัญคือทุนทรัพย์ในการรับบริจาคไม่เพียงพอต่อการก้าวต่อไปในปี 26 จึงเห็นควรที่จะยุติมูลนิธิลงและถึงแม้จะเสียใจที่ไม่สามารถจัดตั้งองค์กรให้ดูอยู่ได้อย่างยั่งยืน

แต่นางสาวไซไลดารู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่ทำมูลนิธิเพื่อนช้างได้ทำงานช่วยเหลืออย่างเต็มที่และผลักดันให้เป็นปัญหาช้างได้รับรู้ถึงทางภาครัฐและสังคมโดยทั่วไปและยังมีองค์กรเกี่ยวข้องกับการเกิดขึ้นตามมาอีกมากมายและหากมีหนทางอื่นที่จะทำให้มูลนิธิเพื่อนช้างดำเนินต่อไปได้โปรดพิจารณาและแจ้งให้ท่านทราบหากไม่มีดิฉันของประธานเชิญประชุมคณะกรรมการระหว่างแผนดำเนินการตามกฎระเบียบต่อไป…

จึงทำให้เห็นได้ว่าอุปสรรคในการดำเนินการของมูลนิธิเพื่อนช้างมีหนี้ส่วนสูงกว่า 20 ล้านบาทจึงทำให้มีการเสนอยุติมูลนิธิเพื่อนฉันลงเพราะไม่สามารถก้าวต่อไปได้แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการเผยแพร่หนังสือไม่ออกไปจะทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมกันอย่างมากมาย

และในโลกออนไลน์บรรดาศิลปินดาราต่างก็มาให้กำลังใจและมีความประสงค์ที่จะช่วยกันบริจาคมูลนิธิเพื่อนช้างอีกด้วยแน่นอนว่าทำเพจดังกล่าวที่เรากล่าวในข้างต้นคือเพจประชาชนของพระราชาได้มีการระบุข้อความเพื่อจูงใจช่วยเหลือประชาชนให้ร่วมกันบริจาคโดยมีการระบุข้อความหมายว่า…

“จะอยู่หรือจะไปก็ขึ้นกับคนไทยทั้งชาติแค่คนละ 1 บาท 70 ล้านคนก็ 70 ล้านบาทแล้วแต่ทุกท่านจะพิจารณาหากไม่บริจาคก็สามารถช่วยแชร์ได้

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ได้ติดต่อ น.ส.โซไรดา ซาลวาลา ผู้ก่อตั้งและกรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิเพื่อนช้าง เพื่อสอบถามถึงข้อเท็จจริงทั้งหมดนับจากบรรทัดนี้ไป คือ ข้อเท็จจริงที่ สำนักข่าวอิศรา ได้รับทราบจาก น.ส.โซไรดา ที่ตอบคำถามในทุกประเด็น แบบละเอียดยิบ

อิศรา : จากข่าวดังกล่าวทางมูลนิธิติดหนี้จำนวน 20 ล้านจริงหรือไม่
น.ส.โซไรดา : ไม่จริง การทำงานของผู้สื่อข่าว อาจเกิดข้อผิดพลาด เนื่องจากมูลนิธิเพื่อนช้างไม่ได้เป็นหนี้ แต่เราติดลบ 11 ปี ในจำนวน 24 ปี ของการปฏิบัติงานที่ผ่านมา นับเป็นความลำบากอย่างยิ่งยวด

อิศรา : ทำไมถึงมีการเข้าใจผิดเรื่องดังกล่าว
น.ส.โซไรดา : ทางมูลนิธิฯ ไม่ได้มีการเป็นหนี้แต่อย่างใด เรื่องดังกล่าวเกิดจากการนำเงินฝากประจำที่ไม่ควรนำมาใช้ มาใช้จ่าย ซึ่งควรจะเป็นดอกเบี้ยของบัญชีที่นำมาใช้ แต่เนื่องจากว่ารายรับไม่สมดุลกับรายจ่ายที่ได้มา จึงต้องนำเงินฝากประจำบางส่วนออกมาใช้ และตอนนี้เงินที่เหลืออยู่ในบัญชีประจำนั้นมีอยู่ 3 ส่วน ซึ่งทั้ง 3 ส่วนที่ว่านี้หมายถึง1.เงินทุนจดทะเบียนมูลนิธิ จำนวน 5 แสนบาท ซึ่งไม่สามารถใช้ได้ยกเว้นดอกผลที่ได้จากการปรับประจำ 2.เงินกองทุนช้าง จำนวน 4 ล้านบาท และ 3.เงินกองทุนนมลูกช้าง เป็นจำนวน 3 ล้านกว่าบาท จึงแบ่งเป็น 2 บัญชี บัญชีละ 5 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดใน 3 ส่วน มีประมาณ 11 ล้านบาท

อิศรา : เงินของทางมูลนิธิเพื่อนช้างเหลืออยู่เท่าไหร่
น.ส.โซไรดา : เงินสดที่อยู่ในบัญชี จำนวน 3 ล้านบาท เงินดังกล่าวใช้จ่ายได้เพียง 3 เดือน เดือนละเกือบ 1 ล้านบาท ถ้าหากเงินหมด ก็จะต้องนำเงิน 2 บัญชีนั้นออกมาใช้ ถ้าคณะกรรมการอนุญาต ให้นำออกมาใช้ เท่ากับว่า มูลนิธิจะไม่เหลือเงินเลย จะเหลือเพียงเงินทุน จดทะเบียน 5 แสนเท่านั้น

“สิ่งที่มูลนิธิอยากได้มากที่สุดก็คือการช่วยเหลือจากหน่วยงานของภาครัฐ เพื่อจะได้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง และจะได้ไม่ต้องมากังวลว่าทางมูลนิธินั้นจะไม่มีเงินมาทำงาน ขณะนี้อยากให้มีกอทุนช้างแห่งชาติ นั่นหมายความว่า ไม่ไช่จะต้องมาสนับสนุนมูลนิธิเพื่อนช้างเพียงอย่างเดียว แต่ผู้ที่เป็นเจ้าของช้าง ที่เดือดร้อน ก็จะสามารถพึ่งพากองทุนนี้ได้ อยากให้กองทุนช้างแห่งชาตินั้นเกิดขึ้น”

อิศรา : ทำไมมูลนิธิไม่ทำธุรกิจจากการขายของที่ระลึก
น.ส.โซไรดา : มูลนิธิไม่สามารถทำธุรกิจได้ ของที่ระลึกที่จัดทำนั้นเป็นการจัดหารายได้ ไม่ใช่ทำเพื่อธุรกิจและไม่ถือเป็นการค้าขายเพื่อธุรกิจ เราจึงอยู่ได้เพียงเพราะเงินบริจาคเท่านั้น

อิศรา : มูลนิธิได้เงินจากการช่วยเหลือและการบริจาคในทางใดบ้าง
น.ส.โซไรดา : ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการบริจาคของประชาชน ซึ่งในการบริจาคนั้นบางท่านก็อาจจะเดินทางมาด้วยตัวเองที่มูลนิธิ หรือโอนผ่านบัญชีธนาคาร 2 ธนาคาร นอกจากนี้ยังมีช่องทางอื่นคือ การส่งธนาณัติมาที่มูลนิธิ ในจังหวัดลำปาง

อิศรา : นอกจากการบริจาคของประชาชนแล้วยังมีหน่วยงานไหนให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงินบ้าง
น.ส.โซไรดา : ถ้าหากเป็นหน่วยงานของรัฐยังไม่มีการช่วยเหลือแต่อย่างใด การช่วยเหลือที่มาจากต่างประเทศมีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์จากรายรับทั้งหมด ซึ่งเป็นองค์กรบริษัท ที่จะมอบให้กับมูลนิธิปีละ 1 ล้านบาท ได้มอบมาเป็นระยะเวลา 3 ปีแล้ว ที่เหลือเป็นองค์กรรายย่อยที่มีการบริจาคช่วยเหลือ นอกจากนั้นยังมีมูลนิธิของประเทศสวีเดนที่ยังคอยช่วยเหลือ ซึ่งไม่มีกำหนดจำนวนเงินในการช่วยเหลือส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 2-3 หมื่นบาท

อิศรา : ส่วนของค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนประมาณเท่าไหร่และใช้อะไรบ้าง
น.ส.โซไรดา : แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เงินเดือนของบุคลากร เจ้าหน้าที่จำนวน 14 คน สัตวแพทย์ประมาณ 2 คน และมีแม่บ้าน 2 คน โดยประมาณทั้งสิ้น 2 แสนบาท ที่เหลือคือค่าอาหารช้าง ค่าดำเนินการ ค่าโทรศัพท์ ระบบอินเตอร์เน็ต ค่าเอกสาร ค่าถ่ายเอกสาร ค่าน้ำมันรถในการเดินทางไปรักษาช้าง รวมทั้งหมดโดยเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 7 แสนถึง 1 ล้านบาท

อิศรา : ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเรื่องของช้างในมูลนิธิมีอะไรบ้าง
น.ส.โซไรดา : ใช้ในเรื่องโรงพยาบาลช้าง ค่ายา อาหารช้าง รวมถึงใช้เงินในการดูแลช้างที่อยู่ในการดูแลของมูลนิธิเพื่อนช้าง 5 เชือก ซึ่งมี 2 เชือก เป็นช้างพิการ เชื่อกที่ 1 โดยต้องใส่ขาเทียม ส่วนเชือกที่ 2 บาดเจ็บ เนื่องจากไปเหยียบกับระเบิด ต้องมีการกายภาพบำบัดและต้องมีการเดิน จึงต้องมีแผ่นรองการเดินที่เป็นยางชนิดพิเศษ ซึ่งมีระยะทาง 50 เมตร ส่วนเชือกที่ 3 มีความผิดปกติทางด้านระบบประสาท หากใครเข้าใกล้ก็อาจถูกทำร้ายถึงแก่ชีวิตได้ ซึ่งผู้ที่ต้องดูแลจะต้องเป็นผู้ที่ช้างไว้ใจมากที่สุด ส่วนอีก 2 เชือกเป็นช้างที่พระท่านหนึ่งบริจาคมี

อิศรา : ช้างที่อยู่ในการดูแลของมูลนิธิและมีชีวิตอยู่ทั้งหมดกี่ตัว
น.ส.โซไรดา : อยู่ภายใต้การดูแลของมูลนิธิอีก 5 เชือก และขณะนี้อยู่ในโรงพยาบาล 13 เชือก ช้างที่รักษาในโรงพยาบาลช้างทั้งหมด 4,653 เชือก ซึ่งมารักษาหายจากอาการป่วยแล้วจึงส่งกลับ

อิศรา : เหตุผลที่มีค่าใช้จ่ายต่อเดือนประมาณ 1 ล้านบาทนั้นมาจากอะไร
น.ส.โซไรดา : ค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดของมูลนิธิเพื่อนช้างที่ทำโครงการหลาย 6 โครงการ รวมทั้งผลักดันให้เกิดกฎหมายช้าง การยุติให้หยุดการค้าช้างข้ามชาติ การนำช้างไปเร่ร่อน และอื่น ๆ รวมถึงเป็นองค์กรที่ร่วมก่อตั้งสมัชชาสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีสมาชิกรวมแล้วเกือบ 200 องค์กร ดังนั้นงานของมูลนิธิเพื่อนช้างไม่ใช่แค่รักษาช้างที่เจ็บป่วยจากโรงพยาบาลช้าง

อิศรา : การรักษาช้างที่โรงพยาบาลช้างในแต่ละครั้งนั้น ได้เงินจากเจ้าของช้างหรือไม่
น.ส.โซไรดา : การรักษาช้างของมูลนิธิเพื่อนช้างนั้น เป็นการรักษาโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับเจ้าของช้างว่าจะมีการบริจาคเงินให้กับมูลนิธิหรือไม่ โดยการมารักษาช้างนั้นควาญช้างจะต้องมากับช้างด้วย 1 คน ซึ่งทางมูลนิธิต้องรับผิดชอบในการดูแลควาญช้างโดยการจัดหาที่พักพร้อมอาหารไว้รองรับ

อิศรา : การรักษาช้างโดยเฉลี่ยใช้เงินจำนวนเท่าไหร่ต่อเดือน
น.ส.โซไรดา : โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 4 ล้านบาทต่อปี ซึ่งแต่ละเดือนช้างที่ป่วยมานั้นมีภาระค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันออกไปบางเชือกอาจมีอาการติดเชื้อแบคทีเรียติดเชื้อไวรัสจึงต้องใช้ยาที่มีมูลค่า 65,000 ห้าพันบาทต่อ 1 ครั้ง ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงในการรักษาช้าง 1 เชือก ในบางเชือกใช้ยาปฏิชีวนะธรรมดาราคาก็ไม่เพง

อิศรา : มูลนิธิเพื่อนช้างจะปิดตัวลงหรือไม่
น.ส.โซไรดา : หากมีหนทางอื่นที่จะทำให้มูลนิธิดำเนินการต่อไปได้ ก็จะยังคงเปิดมูลนิธิต่อไป แต่ถ้าไม่มีหนทางก็จะหยุดทำงาน ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่หยุดทำงานและยังคงทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะหมดหนทางในการช่วยเหลือช้าง ซึ่งการปิดมูลนิธินั้นต้องผ่านการเห็นชอบของคณะกรรมการของมูลนิธิเพื่อนช้างทั้ง 5 คนเท่านั้นไม่ไช่ ซึ่งเสียงเพียง 1 เสียงใน 5 คนนั้นไม่สามารถปิดมูลนิธิได้

อิศรา : มูลนิธิเพื่อนช้างขาดแคลนเจ้าหน้าที่หรือไม่
น.ส.โซไรดา : มูลนิธิเพื่อนช้างมีเจ้าหน้าที่ธุรการ เพียงคนเดียว ซึ่งต้องรับภาระในเวลาที่มีผู้มาเยี่ยมมูลนิธิ เจ้าหน้าที่ธุรการก็ต้องละทิ้งการทำงานเอกสาร เพื่อมารับผู้ที่มาเยี่ยมและพาไปเยี่ยมช้างที่เจ็บป่วยในโรงพยาบาลช้าง โดยทางมูลนิธิมีหมอรักษาช้าง 2 คน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ที่ดูแลช้าง จึงทำให้ขาดเจ้าหน้าที่ในมูลนิธิอีกหลายอัตรา

อิศรา : ถ้าหากอยากได้รับการช่วยเหลือทางด้านบุคลากรอยากให้เป็นในด้านไหน
น.ส.โซไรดา : ตอนนี้อยากให้ช่วยเหลือทางด้านธุรการ จัดการเอกสาร ซึ่งในขณะนี้ยังมีจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ที่ยังไม่ได้ตอบกลับจำนวนกว่า 300 ฉบับ และเอกสารทางการเงินอีกหลายส่วนขณะนี้ต้องการบุคลากร ที่มาช่วยเหลือทางด้านธุรการ ช่วยจัดทำเอกสารตอบกลับ หนังสือขอบคุณต่าง ๆ ซึ่งในขณะนี้ได้มีอาสาสมัครเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือมูลนิธิเพื่อนช้างจำนวน 3 คนในวันที่ 25-26 มีนาคม 2560 นี้

อิศรา : จากการที่ได้รับเงินบริจาคในครั้งนี้จะนำเงินจากการบริจาคไปใช้ในส่วนใดบ้าง
น.ส.โซไรดา : จากที่มีการได้รับบริจาคนั้นผู้บริจาค จะมีการระบุวัตถุประสงค์ในการใช้เงินของผู้บริจาคในเบื้องต้นแล้ว แต่จากที่ได้รับบริจาคผ่านการโอนเงินจากบัญชีธนาคารต่าง ๆนั้น ทางมูลนิธิเพื่อนช้างได้นำเงินบริจาคดังกล่าว จัดไว้ในส่วนกลางของมูลนิธิเพื่อนช้าง เพื่อใช้จ่ายในโครงการของมูลนิธิเพื่อนช้าง ตามความจำเป็นต่อไป โดยการใช้จ่ายทั้งหมด จะไม่เป็นการใช้จ่ายตามใจของกรรมการในมูลนิธิเพื่อนช้าง แต่จะเป็นการใช้จ่ายในเรื่องที่เห็นตามสมควร

อิศรา : หน่วยงานใดเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลโรงพยาบาลช้าง
น.ส.โซไรดา : โรงพยาบาลช้างเป็นโครงการของมูลนิธิเพื่อนช้างซึ่งจะมีมูลนิธิเพื่อนช้างเป็นผู้ดูแลในเรื่องค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลช้างทั้งหมด

อิศรา : โครงการของมูลนิธิเพื่อนช้างโครงการไหนมีค่าใช้จ่ายมากที่สุด
น.ส.โซไรดา : มูลนิธิเพื่อนช้างจัดทำโครงการหลายโครงการมาก แต่ไม่สามารถที่จะดำเนินการในทุกโครงการได้เพราะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ซึ่งโครงการหลักคือ โรงพยาบาลช้าง สัตวแพทย์สัญจร ซึ่งจะมีการออกไปฉีดยาให้กับช้างตามบ้านต่าง ๆในทุก ๆ 6 เดือน

นอกจากนี้ยังมีการวางแผนแม่บทแห่งชาติสำหรับช้าง ซึ่งเป็นแผนระดับประเทศ มีระยะเวลา 20 ปี ในขณะนี้จะมีการประชุมแผนแม่บททั้ง 4 ภาค ภาคโดยภาคกลางจะเริ่มที่กรุงเทพมหานคร ภาคเหนือจะเริ่มที่จังหวัดเชียงใหม่ ภาคใต้เริ่มที่จังหวัดกระบี่ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เริ่มที่จังหวัดสุรินทร์

” จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางมูลนิธิยังไม่มีการปิดแต่อย่างใดยังคงดำเนินงานตามปกติ นอกจากนี้ทางมูลนิธิยังต้องการกำลังอาสาสมัครเพื่อมาช่วยเหลืองานของทางมูลนิธิเพื่อนช้างอย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องของเงินบริจากที่ประชาชนคนไทยได้บริจาคไปนั้นทางมูลนิธิเพื่อนช้างจะมีการจัดการและบริหารอย่างไรขึ้นอยู่กับคณะกรรมการของมูลนิธิเพื่อนช้างเป็นผู้พิจารณาต่อไป”

Facebook Comments Box

Leave a Reply