คนเราจ นเงินได้ แต่อย่าจ นความคิด เขียนไว้ดีมาก

กลับมาพบเจอกันอีกแล้ว ก่อนอื่นแอดมินและทีมงานเพจแบบบ้านเกษตรกับธรรมะ ก็ขอขอบคุณที่ท่านผู้อ่านยังคงติดตามผลงานของเรามาตลอด เราจะคอยสรรหานำเสนอเรื่องราวดีๆ ให้ความใจโลงใจ

และมีประโยชน์แก่แฟนเพจทั้งหลายให้ท่านได้อ่านเรื่อยๆนะคะ ก่อนที่เราจะไปอ่านเรื่องราวในวันนี้  แอดมินและทางทีมงานขออวยพรให้ท่านแฟนเพจมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตด้วยนะคะ

จริงอยู่ที่ไม่มีใครอยากจ นหรอก แต่บางครั้งเราก็หนีไม่พ้น ต้องยากจ นทั้งแบบตั้งใจ และแบบไม่ตั้งใจ ความจ นแบบไม่ตั้งใจ เป็นเพราะเราเลือกเกิดไม่ได้ เมื่อเราต้องเกิดมา ในครอบครัวที่ยากจ น ไม่ได้ร่ำรวย นั่นถือว่าเป็นการจ นแบบไม่ได้ตั้งใจ

ส่วนการจ นแบบตั้งใจนั้น ก็หมายถึง เราไม่มีเงิน เพราะเราเองไม่ขยัน ไม่อดทน หรือเราอาจเคยรวย เคยมีฐานะดี แต่ที่เราต้องจ นแบบตั้งใจ ก็เพราะเกิดจากการสร้างหนี้ การใช้เงินฟุ่มเฟือย ไม่ระมัดระวัง ให้คนอื่นยืมเงินแล้วโดนหนีหนี้ ทำธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จ ล้มละลาย ทำให้กลายเป็นคนจ นแบบตั้งใจ

เมื่อต้องอยู่ในสถานะที่เรียกว่า “จ น” แล้ว ก็แปลว่า เราจ นเงิน ไม่มีเงินใช้จ่ายแบบสบายไร้กังวล เงินที่ได้มาอาจจะพอ หรือไม่พอกับค่าใช้จ่ายด้วยซ้ำ หากอยากได้สิ่งของอะไร ก็ไม่สามารถซื้อได้อย่างที่ใจหวัง ต้องรอ และบางครั้งก็ไม่รู้ว่าจะต้องรออีกถึงเมื่อไหร่

ความจ นนั้นแบ่งได้หลายระดับ จ นมากหรือจ นน้อย จ นมากก็หมายถึง จ นถึงขนาดต้องเป็นหนี้ รายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย ต้องหยิบยืม กู้หนี้มา ส่วนจ นน้อย ก็อาจจะหมายถึง มีรายได้แค่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายเท่านั้น อาจไม่ถึงกับเป็นหนี้ แต่ก็ไม่มีเงินเหลือเก็บมากพอที่จะยกฐานะของตัวเองให้ดีขึ้น จ นพ้นจากความจ นไปได้ มีคนเคยแบ่งความจ นไว้เป็น 4 แบบด้วยกัน มาดูกันว่า เราอยู่ในข่ายไหนของความจ นกันบ้าง

1จ นเงิน

คนจ นเงิน ก็คือคนที่ไม่มีเงิน หรือมีเงินน้อย น้อยจ นไม่เพียงพอที่จะดูแลตัวเอง

หรือครอบครัวได้ ความหมายของจ นเงิน มักเป็นความจ นที่คนทั่วไปเข้าใจกัน

2จ นเวลา

คนจ นเวลา ก็คือคนที่ไม่มีเวลา หรือมีเวลาน้อย จ นไม่สามารถทำในสิ่งที่ตัวเอง

ต้องการจะทำได้ คนจ นเวลาบางคน มีเงินแต่ไม่มีเวลาใช้เงิน เพราะมัวแต่หาเงิน

ส่วนคนจ นเวลาบางคน ก็ไม่มีเงินด้วย เรียกว่าจ นทั้งเวลา และจ นทั้งเงิน

3 จ นโอกาส

คนจ นโอกาส ก็คือคนที่แทบไม่มีโอกาสที่ดีเข้ามาในชีวิตเลย หรืออาจมี แต่เราไม่ไขว่คว้าไว้

บางคนก็ตีอกชกหัวตัวเอง ว่าเรานั้นทั้งประหยัดทั้งขยัน ชีวิตมีแต่คิดดีทำดี ทำไมไม่เห็นได้ดีบ้าง

นอกจากประหยัด ขยัน และเป็นคนดีแล้ว เรายังต้องฉลาดด้วย ฉลาดในการเปิดโอกาสใหม่ๆ

ให้กับชีวิตของเรา อาชีพบางอย่างไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่เป็นอาชีพที่ไม่มีโอกาสก้าวหน้า

เมื่อทำงานไปถึงจุดหนึ่ง ก็ต้องหาทางขยับขยาย เพื่อให้เราได้รับโอกาสใหม่ๆ บ้าง

4 จ นความคิด

คนจ นความคิด ก็คือคนที่คิดน้อย หรือคนที่ไม่มีความคิดนั่นแหละ ความคิดของคนที่จ นความคิด

จะวนเวียนอยู่แต่กับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ เช่น คิดแต่ดูถูกตัวเองว่าทำไม่ได้

คิดแต่ว่าชาตินี้เราจะไม่มีวันรวย คิดว่าคนอื่นเก่ง เราไม่เก่งเหมือนเขา เราไม่มีทางทำได้แบบเขา

คิดว่าก็เขาเกิดมารวย เราไม่ได้รวยเหมือนเขา เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย เราทำไม่ได้หรอก

อาชีพเสริมเราไม่ไหว สุขภาพเราไม่ดี ฯลฯ คิดแบบนี้แล้ว โอกาสหลายๆ อย่างในชีวิตก็ต้องหลุดลอยไป ไม่ว่าจะเป็นการจ นแบบไหนก็ตาม ก็ไม่เป็นผลดีกับชีวิตทั้งนั้น การจ นเรื่องเงิน ยังเป็นของนอกกาย ที่หากเราไม่จ นความคิดไปด้วย

ชีวิตก็ยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้ หากเราไม่มีเงิน ไม่มีเวลา และไม่มีโอกาสดีๆ แถมเรายังมีความคิดที่ไม่ถูกต้อง หรือมีทัศนคติที่ไม่ดีกับการดำเนินชีวิตของเรา

เราก็คงจะจ นเหมือนเดิม ไม่มีใครสามารถช่วยอะไรเราได้ นอกจากตัวเราเอง สำคัญที่สุดคือ ต้องเปลี่ยนแปลงความคิดก่อน นั่นคืออันดับแรกที่จะทำให้เรา ก้าวพ้นจากความจ นไปได้ เงินเป็นของแปลก เรามักจะอยากมีเงินมากๆ กัน และคิดว่าเมื่อเรามีเงินเท่านั้นเท่านี้แล้ว ก็จะพอ

เราจะได้หยุดดิ้นรนสักที ชีวิตของเราคงจะมีแต่ความสุข แต่เพราะเหตุใด คนรวยถึงไม่หยุด คนรวยบางคนเมื่อร่ำรวย มีเงินทองมากมาย ก็ยังหาความรวยกันต่อไป เมื่อมีมากแล้ว ก็อยากมีมากขึ้นไปอีก แทนที่จะมีความสุข กลับกลายเป็นสร้างความกังวล และเพิ่มความทุ กข์ให้มากขึ้นด้วย

การเขียนแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่า ต้องเป็นคนจ น ถึงจะดี เพราะเมื่อรวยจะเป็นทุ กข์ ไม่ใช่ทุ กคนจะเป็นแบบนั้น เพียงแต่ต้องการจะบอกว่า ไม่ว่าจะเป็นคนจ นหรือคนรวย เราก็สามารถมีความสุขได้เหมือนกัน

หากเราจ น ไม่มีเงิน เราก็อย่าจ นความคิดไปด้วย ให้มองแง่ดีของการที่เราไม่ต้องดูแลทรัพย์สมบัติมากมาย หรือมีเกียรติยศ ชื่อเสียงค้ำคอ การเลือกกินอาหาร การแต่งตัวของเรา สามารถทำได้แบบตามสบาย ไม่ต้องเป็นทางการเหมือนกับคนรวย

นอกจากนั้น ให้เราคิดในแง่ดีถึงศักยภาพในตัวเองว่า เราสามารถทำอะไรได้อีกมาก เพื่อยกระดับฐานะของตัวเอง เพื่อที่วันหนึ่ง ไม่เพียงแต่เราจะมีชีวิตในรูปแบบที่เราต้องการ แต่เราอาจจะยังสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วย การคิดแบบจรรโลงใจแบบนี้ ทำให้เรามีกำลังใจ และก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมีความสุข

ขอบคุณที่มา aanplearn  เรียบเรียงโดย เพจแบบบ้านเกษตรกับธรรมะ

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published.