ปลูกแตงโม แค่ 2 เดือน เก็บขาย สร้างรายได้ 2 ล้าน! ในพื้นที่ 60 ไร่

การทำเกษตรในบ้านเรานั้นมีความเสี่ยงอย่างมาก ในเรื่องดินฟ้าอากาศ ซึ่งต่างประเทศนั้นถ้าคุมปัจจัยเรื่องดินฟ้าอากาศได้ ผลผลิตก็จะได้ตรงตามเป้า แต่ในบ้านเรานั้นไม่เหมือนกัน เรื่องน้ำเองเป็นปัจจัยสำคัญมาก บ้านเราร้อนชื่น ฝนตกเยอะก็จริง ถ้าไม่มีแหล่งเก็บน้ำหรือการชลประทานที่ดี ก็ส่งผลอย่างมาก   แตงโมเป็นผลไม้ที่มีน้ำประกอบอยู่เป็นจำนวนมาก และหวานมากแต่มีน้ำตาลน้อยกว่าผลไม้บางชนิดเนื่องจากน้ำตาลในผลคือน้ำตาลกลูโคส

วันนี้เราจะพามาดู ตัวอย่างของเกษตรกร รายหนึ่ง ปลูกแตงโมหนีแล้ง ใช้ระยะเวลาแค่ 2 เดือน เก็บขายมีรายได้ 2 ล้านบาท! ในพื้นที่ 60 ไร่ หลังชาวบ้านบ้านท่าส้มป่อยรวมตัวกัน กิโลละ 6 บาท ขายปลีก 10 บาท

นายวาทิต ปัญญาคม นายอำเภอเมืองลำปาง เปิดเผยว่า เนื่องจากประสบภัยแล้งในพื้นที่ อ.เมืองลำปาง จึงได้ประสานของบประมาณสนับสนุนจาก “กองทุนพัฒนาไฟฟ้า โรงไฟฟ้าแม่เมาะ” จำนวน 900,000 บาท เพื่อปรับปรุงพัฒนาคลองส่งน้ำชลประทาน ในเขต ต.ทุ่งฝาย อ.เมือง จ.ลำปาง เพื่อสนับสนุนเกษตรกร บ้านท่าส้มป่อย หมู่ 1 ต.ทุ่งฝาย อ.เมืองลำปาง ที่ได้รวมตัวกันปลูกแตงโมในฤดูแล้ง เป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย สร้างรายได้ให้กลุ่มเกษตรกรกว่าล้านบาทต่อปี

นายวาทิต กล่าวต่อว่า ทาง อ.เมืองลำปาง จะได้ประสานกับเกษตรจังหวัดและอำเภอ เข้าไปสนับสนุนเป็นพื้นที่ปลูกแตงโมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของภาคเหนือ ในเรื่องของการจัดการช่วยเหลือด้านวิชาการ เช่นการปรับปรุงดิน การให้ปุ๋ยที่เหมาะสม การตั้งกลุ่มที่ชัดเจนในรูปวิสาหกิจชุมชน การจัดการเรื่องตลาดและมุ่งสู่สินค้าผลผลิตปลอดภัยหรือ GAP เพื่อยกระดับให้แตงโมบ้านท่าส้มป่อยให้มีคุณภาพ

นายวาทิต กล่าวอีกว่า อ.เมืองลำปาง พร้อมช่วยเหลือต่อยอดอาชีพ เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้ง ถึงแม้จะมีเขื่อนขนาดใหญ่ 2 แห่ง คือเขื่อนกิ่วลม และเขื่อนกิ่วคอหมา ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ คือ อ.เมืองลำปาง อ.แจ้ห่ม อ.ห้างฉัตร และ อ.เกาะคา แต่ก็ยังได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง ไม่สามารถรองรับการทำนานอกฤดูกาลได้ เกษตรกรจึงเริ่มปรับตัวหันไปปลูกพืชชนิดอื่นๆ ที่ใช้น้ำน้อยทดแทน เช่นชาวเกษตรกรบ้านท่าส้มป่อย หมู่ 1 ต.ทุ่งฝาย ได้รวมตัวกันปลูกแตงโมในฤดูแล้ง สร้างรายได้นับล้านบาทต่อปี โดยการสนับสนุนจากงบพัฒนาจังหวัดลำปางและกองทุนพัฒนาไฟฟ้าแม่เมาะ

ด้าน นายณรงค์ กันทะวงศ์ ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำแม่น้ำวังฝั่งขวา และหัวหน้ากลุ่มชาวนาที่ปลูกแตงโม กล่าวว่า ได้รวมกลุ่มกับชาวบ้านประมาณ 30 คน ปลูกแตงโม เนื่องจากที่ผ่านมาชาวบ้านปลูกผักเป็นอาชีพเสริมต่อมาประมาณ 5 ปีที่แล้วมีการนำแตงโมมาทดลองปลูกปรากฎว่า ได้ผลดีค่าตอบแทนสูงใช้เวลาน้อยและใช้น้ำน้อย จึงเริ่มรวมกลุ่มกันปลูกจนขณะนี้มีพื้นที่ปลูกกว่า 60 ไร่ โดยใช้วิธีการปลูกแบบยกร่อง ใช้พลาสติกคลุมหน้าดินเพื่อควบคุมความชื้นของดิน ควบคุมวัชพืช และไม่มีน้ำขังซึ่งจะทำให้รากเน่า หากจำเป็นเช่นมีหนอนระบาดก็จะใช้สารเคมีเพียงเล็กน้อย จะไม่ใช้สารฟูราดานรองก้นหลุมเหมือนทั่วไป ทำให้ผลผลิตแตงโม บ้านท่าส้มป่อย ปลอดภัยด้วยเช่นกัน

“การปลูกแตงโมการดูแลก็ไม่ยุ่งยาก เพราะปลูกหลังจากฤดูการทำนาพอขายแตงโมเสร็จพักดินประมาณ 2-3 เดือน ก็ทำนาตามฤดูกาลต่อไป ส่วนราคาก็น่าพอใจ ปัจจุบัน มีพ่อค้ามารับซื้อถึงสวนราคากิโลกรัมละ 6 บาท ขายปลีกราคากิโลกรัมละ 10 บาท ซึ่งต้นทุน ผลผลิตค่าปุ๋ย ค่ายา วัสดุอุปกรณ์ทั้งหมดประมาณ 6,000 บาทต่อไร่ ผลผลิตขนาด 3 กิโลกรัมต่อลูก ขายลูกละ 18-30 บาท และได้เงินไร่ละ 35,000–40,000 บาท ลบต้นทุน 6,000 บาทต่อไร่ เหลือกำไรไร่ละประมาณ 29,000-34,000 มีรายได้รวมประมาณปีละ 1,740,000–2,040,000 บาท ซึ่งแรงจูงใจในการปลูกแตงโมนั้นคือ ใช้น้ำน้อยประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของการทำนา มีระยะเวลาสั้นแค่ 2 เดือนก็เก็บผลผลิตขายได้แล้ว” นายณรงค์ กล่าว

วิธีการปลูกแตงโม พร้อมเทคนิคต่าง ๆ

1. การเตรียมดิน

แตงโม เป็นพืชที่ต้องดูแลอย่างพิถีพิถัน ไม่เหมือนพืชอย่างอื่น เราต้องใส่ใจตั้งแต่การเตรียมแปลง อย่างแปลงของผม ผมจะให้คนงานถางหญ้า ทำความสะอาดรอบๆ แปลงปลูก เตรียมดินโดยการไถดะ ตากแดดไว้ 2 สัปดาห์ เพื่อฆ่าเชื้อในดินตามธรรมชาติ หลังจากนั้นไถพรวนอีกครั้ง ยกแปลงใส่ปุ๋ยคอก ยกร่องขึ้น ความห่างระหว่างแปลง แถวละ 5-6 เมตร เพื่อให้ลูกแตงโมรับแสงแดดได้เต็มที่ ถ้าลูกแตงโมได้รับแสงแดดไม่เต็มที่ ลูกจะไม่โต และยังเป็นการป้องกันโรคแมลงได้ ความกว้างของแปลง ประมาณ 1-1.20 เมตร โดย 1 ไร่ จะใส่ปุ๋ยคอกโรย ประมาณ 300-400 กิโลกรัม ต่อไร่ และใส่ปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ 15:15:15 25 กิโลกรัม หลังจากนั้นใช้จอบหมุนพรวนดินโรตารี่พรวนดินให้ร่วนซุย วางระบบสายน้ำ ใช้พลาสติกคลุมแปลง เอาดินกลบและดึงพลาสติกให้ตึง เจาะรูระยะห่าง 45 เซนติเมตร ต่อรู แปลงหนึ่งจะปลูกได้ 2 แถว ระหว่างแปลงทำระบบน้ำอยู่ตรงกลาง

การเพาะต้นกล้า

ต้นกล้าต้องเตรียมให้แข็งแรง ถ้าต้นกล้าไม่แข็งแรงจะเกิดปัญหาตั้งแต่ตอนปลูก ต้นจะไม่เสมอกัน วิธีการดูแลต้นกล้า คือให้สังเกตว่า มีเชื้อรา หรือมีรากเน่าหรือเปล่า ที่ไร่ของผมจะใช้ถาดเพาะที่มี 104 หลุม

ใส่ดินลงหลุมให้เต็ม ไม่ต้องกดให้แน่น เพราะถ้ากดแน่นดินจะมีความชื้นสูง น้ำไม่ระบายทำให้รากเน่า หลังจากใส่ดินเสร็จให้ใช้ฝักบัวรดน้ำ ปล่อยให้ดินหมาด

ใช้ไม้จิ้มฟัน เจาะลงในหลุมเพาะแล้วเอาเมล็ดแตงโมกดลงไป

ใช้หนังสือพิมพ์ 2 แผ่น ปิดถาด และใช้พลาสติกคลุมทับปิดให้สนิท ทิ้งไว้ 3 วัน เพื่อดูดความชื้น หลังจากนั้นต้นกล้าจะเริ่มงอก ให้นำต้นกล้ามาวางไว้ที่มีแดดรำไร ประมาณ 2 วัน จะเริ่มมีใบเลี้ยงขึ้นมา และให้สังเกตจะมีเมล็ดแตงเกาะตามใบเลี้ยงให้ดึงออกให้หมด แล้วเอาต้นกล้ามารดน้ำ เช้า-เย็น ประมาณ 10-12 วัน ก็พร้อมลงแปลง

วิธีการปลูก

ก่อนที่จะลงต้นกล้าให้รดน้ำในแปลงทิ้งไว้ 1 วัน วันรุ่งขึ้นก็เริ่มปลูกได้ เมื่อปลูกเสร็จให้รดน้ำ ติดกัน 3 วัน ให้น้ำเช้า กลางวัน เย็น เพราะช่วงแรกรากต้นกล้ายังไม่ยาว ไม่สามารถดูดน้ำที่พื้นดินได้ เมื่อเข้าวันที่สี่ก็เริ่มให้น้ำตามสายด้วยระบบน้ำพุ่งวันละครั้ง ใส่ปุ๋ย 25:5:5 ในอัตราส่วน ปุ๋ย 10 กรัม ต่อน้ำ 10 ลิตร ละลายน้ำใส่ถังหยอดในหลุม ต้นละ 1 แก้ว หลังจากนั้น ประมาณ 10-14 วัน ให้ตัดยอดแตงเหลือไว้เพียง 3-4 ใบ ให้แตงแตกยอด เพื่อที่จะให้ออกมาเป็นเถาแตง ต่อจากนั้นประมาณ 2 สัปดาห์ เถาแตงจะยาวประมาณ 2 ฟุต 1 ต้น ให้คัดไว้เหลือแค่ 3 เถา ต้นแตงโมจะเริ่มเลื้อยเถา พอหลังจากนั้นแตงจะติดลูก แล้วให้คัดเอาลูก ข้อที่ 14-19 ห้ามขาดห้ามเกิน โดยนับจากต้นแปลง เพื่อที่จะได้ลูกแตงที่สมบูรณ์ ลูกใหญ่ ไส้ไม่แตก เนื้อแน่น ส่วนในเรื่องการเก็บเกี่ยว 45-60 วัน ก็เก็บได้แล้ว

ปลูกแตงโมด้วย ระบบน้ำพุ่งได้ผลดี จริงๆ แล้ว แตงโมมีวิธีให้น้ำ 3 วิธี

1. ระบบให้น้ำแบบร่อง คือขุดเป็นร่องแล้วแหวกดินออกคลุมผ้าข้างๆ แล้วปลูก ให้น้ำอยู่ตรงกลาง

2. ระบบน้ำพุ่ง

3.ระบบน้ำหยด แต่เหตุผลที่ผมเลือกปลูกแตงโมด้วยระบบน้ำพุ่ง เพราะการให้น้ำจะสะดวกรวดเร็ว ถ้าเปรียบกับให้ระบบแบบร่อง ถ้าร่องไม่เสมอจะไหลไปที่ต่ำ บางทีทำกับแฟนจะทะเลาะกันเพราะน้ำล้น แล้วไม่มีใครปิด คุณอุดรพูดด้วยเสียงหัวเราะ ซึ่งระบบน้ำพุ่งคือ ช่วยลดปัญหา ไม่ต้องกลัวว่าน้ำจะล้น ที่สวนผมใช้วิธีสูบน้ำบาดาล ในการปลูกระบบน้ำพุ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการปลูกแตงโม เพราะแตงจะได้กินน้ำอย่างรวดเร็ว ส่วนระยะเวลาในการให้น้ำ จะให้น้ำเพียงเวลาเดียว คือช่วงเช้า รดน้ำเพียง 2 นาที ก็พอ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับพืชชนิดอื่นแล้วถือว่าใช้น้ำน้อยมาก แต่ผลรับที่ได้กลับตรงกันข้าม ที่สำคัญทำสองคนผัวเมียสบายมาก จะเสียเงินจ้างแรงงานก็ตอนถางหญ้าเตรียมแปลงปลูกใหม่เท่านั้นเอง

ช่วงระยะเวลา ที่เหมาะสมในการปลูกแตง

ช่วงฤดูปลายฝนต้นหนาว คือช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม และจะปลูกได้ดีอีกครั้งในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ซึ่ง 2 ฤดูกาลนี้ เป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุด จากประสบการณ์ปลูกช่วงนี้แตงโมจะไม่มีปัญหา ให้ผลผลิตดี ใครปลูกก็รอดทุกราย แต่ถ้าฤดูอื่นผมจะไม่แนะนำให้ปลูก เพราะผมเคยทำมาแล้วได้ผลผลิตไม่ดี คุณอุดร กล่าว

ใช้วิธีแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด โดยการดูราคาแตงโมจากหลายๆ ที่ ทุกวันนี้คุณอุดรมีทั้งพ่อค้ามารับซื้อถึงสวน ส่งตลาดไทเอง และกำลังเปิดร้านขายแตงโมเป็นของตัวเอง เพราะเมื่อใดราคาที่ตลาดไทดี คุณอุดรก็นำส่งตลาดไทหมด แต่ถ้าดูแล้วราคาไม่ค่อยดี ก็จะแบ่งสินค้ามาขายที่ร้านของตัวเอง หรือถ้าราคาตกจริงๆ ก็จะนำผลผลิตมาลงขายที่ร้านของตนเองทั้งหมด วิธีนี้ถือว่าช่วยป้องกันการถูกกดราคาสินค้าได้เป็นอย่างดี