รู้หรือไม่ 4 ทหารของสมเด็จพระเจ้าตากสินที่อยู่ในใบละ 20 บาทมีใครบ้าง?

เกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม ลองเสียเวลาอ่านดูสักนิดนะครับความจริงในธนบัตรแทบทุกรุ่นได้ซุกซ่อนของดีไว้หลากหลายรูปแบบ แล้วแต่รุ่น แล้วแต่ค่าของธนบัตรเป็นการนำมาฝังฝากไว้ให้อนุชนและคนได้มองเห็นแต่สิ่งที่ซุกซ่อนไว้ เราอาจมองไม่เห็นค่าแม้แต่น้อยก็ได้…

ธนบัตรใบละ 20 บาท ที่นำออกมาใช้ในวันที่ 28 ธ.ค. 2524 ด้านหน้าเป็นรูปในหลวงด้านหลังเป็นรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่นำมาจากพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ สวนสาธารณะทุ่งนาเชย อ.เมือง จ.จันทบุรี ทรงม้าศึกพร้อมทหารคู่พระทัยทั้งสี่

ทหารคู่พระทัยทั้งสี่มีใครรู้จักบ้าง…ยกมือขึ้นหน่อยเป็นไรผมเชื่อว่ามีคนที่รู้น้อยแทบจะนับนิ้วได้ เพราะบ้านเมืองเราไม่ค่อยเชิดชูบุคคลที่ทำประโยชน์ให้ชนในชาติกันเท่าใดนักเชิดชูกันอยู่ได้ก็เพียงแค่คนที่มีเงินมีทองเป็นหมื่นล้านเป็นพันล้านบาทแถมยังเชิดชูกันแบบถวายหัว มันเป็นเสียอย่างนี้แหละเมืองไทยเรามีเงินก็เรียกน้อง มีทองก็เรียกพี่ ทำความดีข้าไม่รู้จัก และไม่สนใจ…

คุณๆ ลองควักธนบัตรใบ 20 ออกมาดูซิครับ จะเห็นบรรพบุรุษที่เป็นทหารหาญที่ปกป้านป้องเมืองคุ้มเหย้า เสียเลือดเสียเนื้อมิใช่เบา หน้าที่เรารักษาสืบไป….

ทหารหาญทั้งสี่ที่เป็นขุนศึกคู่พระทัยของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช 4 หน่อ

1 หนึ่งคือ พระเชียงเงิน ผมสืบค้นนานมากถึงทหารหาญผู้นี้ชื่อ “พระเชียงเงิน” ปรากฏอยู่ในจดหมายเหตุกรมหลวงนรินทรเทวีว่า มิได้หนีมาพร้อมกับพระเจ้าตากสิน แต่เสด็จมาพบในภายหลัง และได้ “ให้พลายแหวนกับพังหมอนทรง”แสดงว่า พระเชียงเงิน น่าจะมีบริวารอยู่พอสมควร ถึงกับมีช้างที่จะถวายได้ อีกทั้งบรรดาศักดิ์ที่เป็น “พระ” ก็สูงกว่าบริวารทั้งหมดที่ออกชื่อไว้ในพระราชพงศาวดาร เข้าใจว่าเชียงเงินจะเป็นชุมชนหรือเมืองเล็กๆ

แถบเมืองตาก-ระแหงเพราะแถบนั้นปรากฏชื่อเมือง “เชียงทอง” อยู่ด้วย (พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา เล่ม 2, พระนคร, โอเดียนสโตร์, 2505, หน้า 362)ถ้าเช่นนั้นก็พอเดาได้ว่า พระเชียงเงิน ก็คงเป็นเจ้าเมืองเชียงเงิน ซึ่งเป็นเมืองจัตวาขึ้นเมืองตาก-ระแหงมาก่อน และด้วยเหตุนี้ เมื่อได้พบพระเจ้าตากสินจึงได้เข้าสวามิภักดิ์ด้วยแต่ต้น

ต่อมาพระเชียงเงิน ได้รับโปรดเกล้าฯ จากพระเจ้าตากสินให้รับตำแหน่งของขุนนางส่วนกลางในระหว่างทางเดินทัพออกจากกรุงศรีอยุธยาไปเมืองระยอง ซึ่งตอนนี้พระเจ้าตากสินได้ประกาศพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ของราชอาณาจักรอยุธยาหลังจากหนีออกจากอยุธยาแล้ว

พระราชพงศาวดารกล่าวไว้ในคราวที่ทรงต่อสู้เหล่าร้ายที่เมืองระยอง พระเชียงเงินได้รับตำแหน่งที่ “ท้ายน้ำ” ไปแล้ว พระราชพงศาวดารเรียกว่า “พระเชียงเงินท้ายน้ำ” ครั้นเมื่อปราบเมืองเหนือได้เรียบร้อยแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเชียงเงินท้ายน้ำผู้นี้รั้งเมืองสุโขทัย จึงปรากฏชื่อว่าเป็น “พระยาสุโขทัย” จนถึงแก่อนิจกรรมเมื่อก่อน พ.ศ. 2320

พระเชียงเงินท้ายน้ำ หรือพระยาสุโขทัยนั้น เป็นเจ้าเมืองคนหนึ่งที่พระเจ้าตากสินโปรดให้มาเฝ้าเพื่อทรงสั่งสอน “วิชาการ” ต่อสู้ข้าศึก เพระฉะนั้น พระยาสุโขทัยผู้นี้ จึงเป็นข้าราชการที่ได้รับความไว้วางพระทัยอย่างสูงจากพระเจ้าตากสินผู้หนึ่ง (จากหนังสือ “การเมืองไทย สมัย พระเจ้ากรุงธนบุรี” โดย ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์)

2 คนต่อมาคือ หลวงราชเสน่หา ซึ่งต่อมาก็คือกรมพระราชวังบวรมหาสุรสีหนาท หลังจากพระยาตากสินซึ่งรวบรวมไพร่พลตั้งอยู่ที่จันทบุรี เข้าตีพม่าข้าศึกที่รักษากรุงศรีอยุธยาแตกไปแล้ว และเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็น สมเด็จพระเจ้าตากสิน สถาปนา กรุงธนบุรี เป็นราชธานี เมื่อ ปีชวด สัมฤทธิศก พ.ศ. 2311 สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ในขณะนั้นทรงได้รับการสถาปนาบรรดาศักดิ์เป็นพระมหามนตรี เจ้าพระตำรวจในขวาทหารหาญ

3 คือ หลวงพิชัยอาสา ซึ่งก็คือพระยาพิชัยดาบหักนั่นแหละ พระยาพิชัยดาบหักนั้นเดิมชื่อจ้อย และชอบชกมวยก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น “นายทองดี ฟันขาว”นายทองดี ฟันขาว นั้นถือว่ามีฝีมือในการชกมวยมาก เท้าไว เตะขากรรไกรครูมวยหลายคนสลบไสลไปหลายครั้งหลายครา และได้ชกมวยต่อหน้าพระยาตากเสียด้วย เจ้าเมืองตากจึงชักชวนให้อยู่ด้วย นายทองดี ฟันขาว จึงได้ถวายตัวเป็นทหารของเจ้าเมืองตาก (พระเจ้าตากสิน) ตั้งแต่บัดนั้น รับใช้เจ้าเมืองตากเป็นที่โปรดปรานมาก ได้รับยศเป็น “หลวงพิชัยอาสา”เมื่อเจ้าเมืองตากได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระยาวชิรปราการครองเมืองกำแพงเพชร หลวงพิชัยอาสาได้ติดตามไปรับใช้อย่างใกล้ชิด และเป็นเวลาเดียวที่พม่ายกทัพล้อมกรุงศรีอยุธยา พระยาวชิรปราการ

พร้อมด้วยหลวงพิชัยอาสา และทหารหาญ ได้เข้าปะทะต่อสู้จนชนะ ได้ช้างม้าอาหารพอสมควร ได้เข้าสู้รบกับทัพพม่าหลายคราวจนได้รับชัยชนะ พระเจ้าตากสินได้รับการต้อนรับจากประชาชนและยกย่องขึ้นเป็นผู้นำ เมื่อกอบกู้เอกราชได้แล้ว พระเจ้าตากสินขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองกรุงธนบุรีและได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ หลวงพิชัยอาสา เป็นเจ้าหมื่นไวยวรนาถ เป็นทหารเอกราชองครักษ์ในพระองค์

4 และคนสุดท้ายก็คือ หลวงพรหมเสนา ซึ่งถือทหารชั้นประทวน มียศเป็นจ่าเมือง รับใช้ใกล้ชิดพระยาตากมาแต่ครั้งอยู่เมืองตาก เป็นคนที่ชอบทางด้านไสยศาสตร์ วิชาอาคม เก่งในเรื่องการใช้ธนู เป็นหมอสักยันต์ให้แก่บรรดาทหาร

ธนบัตรรุ่นนี้นำเอาภาพสมเด็จพระเจ้าตากสินผู้ทรงพระปรีชาด้านการรบ และสามารถกอบกู้อิสรภาพของคนไทยให้กลับคืนมาจากพม่า จนทางราชการประกาศให้วันที่ 28 ธ.ค. ของทุกปี เป็น “วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” มาบันทึกไว้ให้อนุชนคนรุ่นหลังได้ศึกษา และระลึกถึงผ่านทางธนบัตร แต่เชื่อว่าหลายคนไม่เคยรับรู้