4 คาถาแก้เงินขาดมือ สวดก่อนนอนทุกวัน เสริมบารมี เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ

จะมีคำกล่าวที่ว่าความขยันไม่ได้เป็นตัวการันตีว่าจะรวย แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ไม่อดนั่นเอง และนอกจากการขยันทำการทำงานแล้วดวงชะตาของเราเองก็ยังเป็นตัวกำหนดหลายสิ่งอย่างเดียว เพราะโลกนี้ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่เราไม่อาจมองเห็น ไม่อาจรับรู้ได้ การสวดมนต์ช่วยทำให้มีสมาธิดีขึ้น เรียกสติกลับคืนมา วันนี้เราก็เอา 4 คาถาแก้เงินขาดมือ ให้เอาไปเลือกสวดกันก่อนนอนได้เลย

คาถาแก้เงินขาดมือ สวดก่อนนอนทุกวัน

คาถาที่จะช่วยแก้ให้มีเงินใช้ไม่ขาดมือ มี 4 คาถา ดังนี้เลย

1คาถาอิติปีโส เรือนเตี้ย

สำหรับคาถานี้ให้เริ่มที่ตั้งนะโม 3 จบ แล้วต่อด้วย “อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเสพุทธนาเมอิ อิเมนา พุทธตังโสอิ อิโสตังพุทธปิติอิ” คาถานี้จะช่วยให้เดินทางไปไหนก็ปลอดภัย ทำมาค้าขายได้คล่อง กำไรงาม

2คาถาเรียกให้เงินเข้าบ้าน

ให้ตั้งนะโม 3 จบ ก่อนเช่นกันแล้วก็กล่าวด้วย “โอม มหาลาโภ โชคะวันตัง เอหิ จงมา ธะนะปาตัง มากะมายังอักขะโต ปาระติโย วันทิตตะวา นะมามิหัง” สำหรับบทนี้ถ้าเป็นไปได้ให้สวดมนต์ทุกวันเลย จะเสริมความร่ำรวย

คาถาแก้เงินขาดมือ สวดก่อนนอนทุกวัน

3คาถาพระพรหม 4 หน้า

ให้สวดตามนี้ “โอม อหัม ปรัหมา อัสมิ ผู้ใดสักการะและบูชาพระพรหม จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน งานจะราบรื่นมาก เป็นที่รักใคร่ของทุกคน การบูชาพระพรหม นั้นจะให้ผลคือ เป็นที่เมตตา ใครเห็นใครรักไม่รู้เลือนหาย ไปแห่งหนใดมีแต่มิตร ไม่มีศัตรู”

4คาถาสำหรับให้ค้าขายดี มีกำไรงาม

ให้ตั้งนะโม 3 จบ แล้วก็สวด “โอมอิติพุททัตสะ สุวันนัง วารัชชะคัง วามะนีวาวัตตัง วาพัพพะยัน ละเอหิ คาคัชวันติฯ” ก่อนสวดบทนี้ก็เอาใบไม้มาแช่ใส่ขันเอาไว้ด้วยแล้วก็ค่อยสวด จากนั้นพอจบแล้วก็เอาน้ำในนั้นไปพรมในทั่วร้านเลย เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล

แบบนี้กระมังที่เขาว่ากันว่า ถ้าไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ถ้าไม่ได้ด้วยกลก็คงต้องพึ่งมนต์คาถา แน่นอนว่ามันไม่ได้เสียหายอะไรหากเราจะสวดแม้ว่าคุณจะไม่ใช่คนที่เชื่อเรื่องแบบนี้ก็ตาม แต่มันก็ต้องมีความเป็นไปได้เหมือนกันนะ มิเช่นนั้นจะมีใครเอามาเผยแพร่กันมากมาย นอกจากจะท่องคาถาแล้วก็อย่าลืม ตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่และใช้ชีวิตโดยไม่ประมาทกันด้วยนะ

**เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

แต่หนึ่งในปัญหาที่มนุษย์เงินเดือนหลายๆ คนมักจะต้องเจอก็คือ ปัญหา เงินขาดมือ หรือเงินไม่พอใช้ในแต่ละเดือนนั่นเอง ซึ่งปัญหาต่อมาของการที่ เงินขาดมือ นี้ก็คือปัญหาหนี้สิน เพราะต้องไปหยิบยืมเงินจากคนอื่นมาเพื่อใช้ในช่วงที่เราเงินขาดมือ และหากว่าประสบปัญหาแค่ช่วงเวลาไม่นานและสามารถใช้คืนเงินที่หยิบยืมมาได้หมดก็คงไม่เป็นไร แต่หากว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้และไม่สามารถคืนเงินที่ยืมมาได้ แบบนี้ได้เดือดร้อนกันอย่างแน่นอน

และหากว่าเรามีปัญหาทั้งเงินขาดมือ ทั้งเป็นหนี้ด้วยแล้ว คงเรียกได้ว่าเจอปัญหาใหญ่ของชีวิตเลยก็ว่าได้ เพราะถึงจะทำงานจนเงินไม่ขาดมือแล้วก็ตาม ก็ยังต้องเอาเงินที่ได้มาไปจ่ายหนี้จนอาจจะทำให้เราวนกลับไปเจอปัญหาเงินขาดมืออีกครั้งก็ได้ แต่ถึงอย่างนั้นการแก้ไขปัญหาเงินขาดมือก็สามารถทำได้หากแต่ว่าเราต้องหัดตัวเองให้มีวินัยการเงินที่ดี   วิธีแก้ปัญหาเงินขาดมือนี้กัน ว่าจะแก้ไขอย่างไรได้บ้าง

เงินขาดมือปัญหานี้จะแก้ไขอย่างไรดี?

ลดรายจ่ายทุกอย่างลง

สิ่งแรกที่ควรทำทันทีเมื่อมีปัญหาเงินขาดมือก็คือ การลดรายจ่ายทุกอย่างลง เพื่อให้เรามีเงินเหลือมากขึ้นนั่นเอง ไม่ว่าเราจะประสบปัญหาเงินขาดมือจากสาเหตุอะไรก็ตาม เราควรจะใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นเท่านั้นในช่วงนี้ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าของอุปโภคบริโภคต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งแต่ละค่าใช้จ่ายนั้นก็จะต้องลดลงจากปกติด้วย อาจจะดูเครียดๆ หน่อยในช่วงแรก แต่เชื่อเถอะว่าการที่ลดรายจ่ายลงนี้จะช่วยให้เราสถานการณ์ดีขึ้นได้บ้างแน่นอน

รวมถึงค่าใช้จ่ายนอกบ้านโดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านความบันเทิง เช่น ดูหนัง ฟังเพลง ทานอาหารนอกบ้าน เป็นต้น ช่วงนี้ลืมพวกนี้ไปได้เลยเพราะเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นนั่นเอง เหลือเงินไว้ใช้ในที่จำเป็นก่อนจะดีกว่า

หารายได้อื่นๆ เสริม

เมื่อเราเกิดปัญหาเงินขาดมือไม่ว่าจะจากสาเหตุใดๆ ก็ตาม เราก็ควรรีบหารายได้อื่นๆ มาเสริม หรือมาทดแทนให้เร็วที่สุด เพื่อปิดช่องว่างในการที่เงินขาดมือนี้ เพื่อป้องกันการเป็นหนี้สิน   รวมถึงการนำเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอีกด้วย

โดยเราอาจจะลองหาดูตามเว็บไซต์หางานดูก็ได้ว่ามีการว่าจ้างอะไรไหมที่เราจะพอทำเสริมได้ จากนั้นก็ให้เราลงมือทำอย่างแข็งขัน ไม่นานปัญหาของเราจะค่อยๆ เริ่มคลายไป สำคัญต้องไม่ลืมที่จะทำควบคู่ไปกับการลดค่าใช้จ่ายด้วยนะ เพื่อให้เงินที่หาได้มานั้นเกิดประโยชน์สูงสุดกับตัวเรา

อย่าพยายามสร้างหนี้เพิ่มในช่วงที่เงินขาดมือ

กรณีที่เราเงินขาดมือและเรามีหนี้อยู่นั้น ก็ไม่ควรที่จะสร้างหนี้เพิ่มไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม เช่น

เราไปยืมเงินจากเจ้าหนี้รายใหม่เพื่อมาใช้ให้กับเจ้าหนี้รายเก่า

กดเงินสดจากบัตรเครดิตใบหนึ่งเพื่อมาใช้หนี้บัตรเครดิตอีกใบ เป็นต้น

เพราะอาจจะกลายเป็นการสร้างเจ้าหนี้รายใหม่ รวมถึงมีภาระหนี้เพิ่มขึ้นก็ได้ การหยิบยืมเงินเพื่อมาจ่ายหนี้นั้นไม่ใช่การแก้ปัญหาหนี้ให้หมดไปแต่หากเป็นเพียงการพยุงเพื่อให้ชำระหนี้ได้ในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น และจากนั้นอาจจะทำให้กลายเป็นหนี้ก้อนโตขึ้นมาก็ได้

ดังนั้นการจำกัดวงเงินของหนี้เดิมไว้โดยไม่ไปสร้างหนี้ใหม่เพิ่ม และพยายามหาทางจัดการหนี้ที่มีอยู่ให้หมดไปดูจะเป็นการตีกรอบหนี้ไม่ให้เพิ่มออกไปที่ดีกว่า และอย่าได้คิดที่จะกู้เงินนอกระบบอย่างเด็ดขาดเพราะว่าอาจจะทำให้เราเดือดร้อนในภายหลังได้ เพราะหนี้นอกระบบนั้นมีการคิดดอกเบี้ยที่ค่อนข้างโหดเลยทีเดียว และหากมีหนี้หลายก้อนก็แนะนำให้รวมหนี้หรือรีไฟแนนซ์จะเป็นการดีกว่า

หยุดจ่ายหนี้

จากคำแนะนำของผู้ที่เคยประสบภาวะหนี้สิน แนะนำว่าหากเรานั้นจ่ายหนี้ไม่ไหวก็ให้หยุดจ่ายไปก่อน เพื่อให้เข้าสู่ขั้นตอนการเป็นหนี้เสีย จากนั้นก็รีบทำงานหาเงินมาเก็บสะสมไว้ให้ได้มากที่สุดเพื่อรอเจรจากับเจ้าหนี้เมื่อถึงเวลา การขอเจรจาต่อรองกับเจ้าหนี้นี้ก็เพื่อที่จะลดยอดหนี้ลงในลักษณะ แฮร์คัท ทำให้เราอาจจะลดการจ่ายดอกเบี้ยที่มีราคาแพงไปได้ ซึ่งก็แล้วแต่ว่าจะการตกลงกับเจ้าหนี้จะออกมาในรูปแบบไหน บางคนอาจจะเหลือแค่จ่ายเฉพาะเงินต้นก็มี ก็อยู่ที่การตกลงกันของทั้งสองฝ่าย แต่วิธีนี้จะไม่สามารถใช้กับหนี้นอกระบบได้นะ และเราควรจำเอาไว้ให้ดีนะครับว่า เมื่อเราเป็นหนี้อย่างไรก็ต้องจ่ายคืนไม่ทางใดก็ทางหนึ่งครับ

สุดท้ายแล้วการจะแก้ไขปัญหาเงินขาดมือนั้น ก็มาจากการที่เราสร้างวินัยในการเงินที่ดีให้กับตัวเอง รวมถึงหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เช่น โดนเลิกจ้าง หรือถูกตัดเงิน เป็นต้น ซึ่งส่วนนี้หากเรามีการเก็บออมเงินสำรองไว้ ก็จะพอช่วยให้เราประคองตัวเองไปได้สักระยะหนึ่ง ทำให้เราพอมีเวลาแก้ไขสถานการณ์ได้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่ประสบปัญหานี้อยู่และเอาใจช่วยให้ผ่านไปได้ในเร็ววันนะครับ