แจกสูตร กำจัดปลวก “ด้วยใบขี้เหล็ก” จากธรรมชาติ ปลอดภัยไร้สารเคมี

สำหรับใครที่กำลังมีปัญหาปลวกขึ้นบ้าน เจาะโครงสร้างไม้ หรือ เฟอนิเจอร์ไม้ต่างๆในบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่ปลูกด้วยไม้ ซึ่งเป็นปัญหากวนใจอยู่บ่อยๆ วันนี้เรามีวิธีแบบบ้านๆ แต่ใช้ได้ผลดีมาก มานำเสนอกันค่ะ โดยที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อสารเคมีมาฉีด แค่ใช้พืชสมุนไพรบ้านๆ อย่างใบขี้เหล็ก และ เครื่องปรุงในครัวนิดหน่อย ทั้งประหยัดและปลอดภัยไร้สารเคมี วิธีทำจะเป็นยังไงนั้น ตามไปดูพร้อมๆกันเลยค่ะ

ทำไมใบขี้เหล็กถึงสามารถไล่ปลวกได้ เนื่องจากในขี้เหล็กมีสารกลุ่มโครโมน ซึ่งมีฤทธิ์คลายเครียด และ ช่วยให้นอนหลับ และ สารกลุ่ม anthraquinones ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยให้ถ่ายหรือระบายท้อง ซึ่งส่งผลต่อระบบปราสาท และ ระบบการทำงานในร่างกายของปลวกเป็นอย่างมาก จึงทำให้มีประสิทธิภาพมากเมื่อนำมาใช้กับปลวก และ แมลงเดินดินขนาดเล็กชนิดอื่น เช่น มด หรือ แมลงศัตรูพืช

สูตรที่ 1 นำใบขี้เหล็กมาโขลกให้ละเอียด และเติมน้ำลงไปให้พอท่วม จากนั้นก็คั้นเอาน้ำจากใบขี้เหล็กออกมา ให้ได้ประมาณ 1ลิตร และก็ผสมกับน้ำเปล่าลงไป 20 ลิตร จากนั้นก็นำไปฉีดพ่นที่รังปลวกได้เลย

สูตรที่ 2 นำน้ำใบขี้เหล็กมาผสมกับแป้งดินสอพอง และ ขี้เลื่อย แล้วนำไปโรยตามรังในจุดต่างๆ ในบริเวณรังปลวก ซึ่งดินสอพองและขี้เลื่อยเมื่อแห้งแล้วจะจับตัวเป็นก้อน และ มีลักษณะคล้ายๆกับเศษไม้ ปลวกจะเข้าใจว่าเป็นเศษไม่ผุ ปลวกใช้น้ำลายย่อยสลายเนื้อดินสอพองแล้วนำไปทำรังต่อในส่วนอื่นๆ ปลวกก็จะนำพาดินสอพองผสมขี้เหล็กเข้าไปในส่วนต่างๆของรังโดยไม่รู้ตัว เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานผลปรากฏว่าปลวกย้ายรังหนีไปที่อื่น โดยที่ไม่กลับมาทำรังที่เดิมอีก

สูตรที่ 3 นำน้ำใบขี้เหล็ก 1 ลิตร : ผสมกับน้ำเกลือ 1 ลิตร : น้ำเปล่า 1 ลิตร : น้ำยาล้างจาน 1 ช้อนโต๊ะ จากนั้นนำไปฉีดพ่นที่รัง หรือ บริเวณรอบบ้านที่เราต้องการป้องกันปลวก สำหรับช่วงแรกอาจจะทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จากนั้นก็ค่อยเปลี่ยนเป็นเดือนละครั้งน้ำยาล้างจานทำหน้าที่เป็นสารข้นหนืดทำให้ไปอุดตันช่องทางเดินหายใจของปลวกจนขาดอากาศเกลือมีค่า pH ที่ต่างจากสภาพปกติที่ปลวกจะอยู่อาศัยได้ ซึ่งทำให้ปลวกเกิดอาการแสบร้อนตามผิว จึงช่วยขับไล่ปลวกออกจากบริเวณที่ฉีดพ่นได้

วิธีไล่นกพิราบ ทำเองง่ายๆ ด้วยงบ 100 บาท

ปัญหานกชอบมาทำรังหรือถ่ายตามระเบียงบ้านคงจะเป็นปัญหาใหญ่ของใครหลายๆคน ลองทำมาหลายวิธีก็ไม่สำเร็จ วันนี้เรามีวิธีจากหลักการคิดง่ายๆเพื่อไม่ให้นกมาทำลังได้อีก มาวิเคราะห์สาเหตุกันว่าทำไม น้องนกพิราบต้องมาถ่ายบริเวณนี้ด้วย ก็คิดได้ว่าตรงบริเวณนี้มีที่ให้เกาะ และใหญ่พอจะให้หลบฝน หลบลม แบบสบายๆ ก็คิดว่าลองทำให้บริเวณนี้ลำบากสักนิด ดูสิว่าจะได้ผลหรือไม่ และบังเอิญว่าซื้อของมาและมีโฟมกันกระแทกอยู่ก็เลย ขอลองทดสอบสมมุติฐานดู ถ้าได้ผลจะซื้อปูนมาฉาบบริเเวณนั้นเอง เพราะทำไม่ยาก แต่ถ้าไม่ได้ผลก็จะจ้างช่างมาฉาบเพราะงานจะยากขึ้น

วิธีการทำ
วิธีการทำง่ายมากคือให้ตัดโฟมเป็นสามเหลี่ยมมุมฉากยาวๆ แล้วเอากาว 2 หน้าติดข้างใต้ จากนั้นนำไปติดที่เสาหรือบริเวณที่นกชอบมาเกาะ ลองสังเกตุดูเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1 สัปดาห์ รอจนฝนตกก็ยังไม่เห็นว่ามีนกมาเกาะและก็ไม่มีอึนกแล้ว แสดงว่าวิธีนี้ได้ผล ใครต้องการลองนำไปทำตามดูก็ได้ทำง่ายแถมยังประหยัดอีกด้วยนอกจากนกแล้วสิ่งกวนใจอีกอย่างที่เผลอทำของหกหรือหยดในบ้านเป็นต้องมาทุกทีนั่นก็คือ มด วันนี้เราได้นำวิธีไล่มดมาฝากกัน

1 มะนาว ให้ผสมน้ำมะนาวกับน้ำเปล่าในอัตราส่วน 1:3 และนำไปพ่นหรือเช็ดตามทางเดินของมด กลิ่นเปรี้ยวของมะนาวจะทำให้มดไม่กล้าเดินผ่านทางนั้นอีก

2 น้ำส้มสายชู + น้ำเปล่า ให้นำน้ำส้มสายชูผสมกับน้ำเปล่าในอัตราส่วน 1:1 ใส่ขวดสเปรย์หรือใช้ฟองน้ำชุบก็ได้ จากนั้นใช้พ่นหรือเช็ดเพื่อลบทางที่มดใช้เป็นเส้นทางลำเลียงอาหาร

3 เปลือกไข่ ให้นำเปลือกไข่ไปลนไฟจนแห้งเกรียม แล้วนำไปโรยไว้ตามทางเดินหรือรังของมด กลิ่นของเปลือกไข่สามารถไล่มดได้และได้ผล

4 แป้ง ให้นำแป้งที่เราใช้ทาตัวนำไปโรยดักไว้ตามทางที่มดใช้สัญจร วิธีนี้แม้แต่มดรังใหญ่ยังต้องกลัวและย้ายรังหนีเลยทีเดียว

5 กากกาแฟ ให้นำกากกาแฟ ไปโรยไว้ตามทางเดินของมดหรือบริเวณที่เราไม่ต้องการให้มดขึ้น เช่น โต๊ะที่ใช้วางอาหาร ตู้กับข้าว กลิ่นของกาแฟจะทำให้มดไม่กล้าผ่านบริเวณนั้น

6 น้ำมันเครื่อง ให้ใช้เศษผ้าชุบน้ำมันเครื่องแล้วนำไปพันไว้กับขาโต๊ะ ตู้กับข้าว หรือตามเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ กลิ่นฉุนของน้ำมันเครื่องจะช่วยให้มดไม่มากวนใจ หรืออีกวิธี หล่อน้ำใส่ภาชนะรองตามขาโต๊ะ หรือขาเฟอรืนิเจอร์ ก็ช่วยได้

หวังว่าเทคนิคต่างๆที่เรานำมาฝากกันในวันนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับผู้อ่านบ้างไม่มากก็น้อย สำหรับใครที่กำลังเจอปัญหาเหล่านี้อยู่อย่าลืมลองนำวิธีแก้ไขที่เรานำมาฝากนี้ไปลองทำตามกันดู ขอขอบคุณ : baanlaesuan

การเลี้ยงปลาซิว ในบ่อพลาสติก เลี้ยงง่าย ขายได้กำไรดี

ดูวิธีการเลี้ยงปลาซิวเพื่อประกอบอาชีพ สาธิตวิธีโดย คุณบุญชิต สมัตถะ งานนี้ใช้พื้นที่ไม่มาก ต้นทุนพอประมาณ แต่เป็นการเปิดโอกาสสร้างรายได้ให้กับตัวเองและครอบครัวอย่างยั่งยืน ใครมีบ้านสวนอยู่และอยากจะทำการเกษตรเล็กๆ การเลี้ยงปลาซิวก็น่าสนใจไม่น้อยนะครับ

ปลาซิว คือหนึ่งปลาเศรษฐกิจที่ขายได้ราคาดี มีเกษตรกรจำนวนไม่น้อยที่เลี้ยงปลาซิวเพื่อการประกอบอาชีพ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า ปลาซิวนั้น ได้ถูกนำมาแปรรูปเป็นอาหารหลากหลายชนิด และก็มีคนนิยมทานกันอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ

ขั้นตอนการเลี้ยงปลาซิว
เตรียมบ่อเลี้ยงขนาดบ่อ 2×4 เมตร ลึก 1 เมตร (เป็นบ่อปูนหรือบ่อพลาสติกก็ได้)เปิดน้ำเข้าบ่อ ให้สูง 80 เซนติเมตร และนำท่อนกล้วยลงแช่ในบ่อเพื่อดูดซับกลิ่นปูนและกลิ่นเคมีจากพลาสติก แช่นาน 1 สัปดาห์

นำปลาซิวลงบ่อเลี้ยงประมาณ 10 กิโลกรัม (หาปลาซิวจากตามนาในชนบทช่วงฤดูเกี่ยวข้าว) อาหารให้รำอ่อน วันละ 1 ครั้ง ระบบ การ ถ่ า ยน้ำ ให้ทำการถ่ายน้ำโดยการเปิดก๊อกน้ำใส่บ่อและทำตัวจุกระบายน้ำออกจากบ่อที่ก้นบ่อด้วย และนำมุ้งเขียวกันไว้ไม่ให้ปลาหลุดออกจากบ่อตามท่อระบายน้ำ (ให้ทำการถ่ายน้ำปีละ 1 ครั้ง)

ปรับปรุง สภาพน้ำโดยใส่น้ำหมักฮอร์โมนแม่ 0.5 ลิตร/เดือน อาหารเสริมสามารถ นำ ปลวn มาสั บให้ละเอียด เพื่อนำไปเป็นอาหารเสริมเพิ่มโปรตีนให้ปลาซิวได้ เลี้ยงไว้ 2-3 เดือน ก็สามารถจับขายได้

สูตรน้ำหมักฮอร์โมนส่วนผสม ยอดผักบุ้ง หน่อไม้ หน่อกล้วย รวมกัน 10 กิโลกรัม กากน้ำตาล 10 ลิตร ฟอสเฟต 10 กก. รำละเอียด 2.5 กก. เกลือ 2 ขีด หัวเชื้อ 1 ลิตร (กากน้ำตาล 4 ลิตร + สารเร่งพด 2.1 ซอง + น้ำ 200 ลิตร ผสมกัน) น้ำ 70 ลิตร

วิธีทำ
1 นำยอดผักบุ้ง หน่อไม้ หน่อกล้วยมาสับรวมกัน 10 กก.
2 ใส่กากน้ำตาล ฟอสเฟต รำละเอียด เกลือ ในอัตราส่วน 10:10:2.5:2 ขีด และน้ำอีก 70 ลิตร คนให้เข้ากัน ตามด้วยหัวเชื้อ 1 ลิตร
3 หมักไว้ 15 วันเป็นอันว่าเสร็จ พร้อมนำไปใช้งาน

เงินเดือน 9,000 แต่มีเงินเก็บทำงานในเมืองเงินเดือน 30,000 ทำไมถึงเป็นหนี้

เป็นอีกหนึ่งเรื่องจริง ที่สะท้อนถึง สั ง ค มคนทำงาน ดิ้นรน ทนทำงานใน เ มื อ ง ห ล ว ง หลายคนอาจคิดว่าการทำงานในเมืองหลวงนั้นเงินเดือนเยอะกว่าต่างจังหวัด โดยมีเพจดังอย่าง เก็บกะตาง ได้ออกมาพูดถึงความจริงที่ชัดเจนมาก ว่าคนที่ทำงานที่บ้านเกิดนั้น แม้ว่าเขานั้นจะได้เงินเดือนที่น้อย 8-9 พัน แต่เขานั้นกับมีเงินเกิดเดือนละ 2-3 พันบ้านต่อเดือน

ขณะที่คนทำงานในกรุงเทพฯ แม้จะได้เงินเดือนเยอะกว่า 2 เท่าราว 18,000-20,000 บาท กลับไม่มีเงินเก็บเลย แถมยังติดลบหาทางออกด้วยไปทำบัตรเครดิต หนี้บัตรกดเงินสด หนี้นอกระบบต่างๆ ตามมา เห็นชัดเจนเลยว่า ค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายในกรุงเทพฯ คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนที่เหมือนได้เงินเดือนสูงๆ กับแทบไม่มีเงินเก็บ

คนในกรุงเทพหลายคนที่ไม่มีเงินเก็บเพราะค่าใช้จ่ายเยอะ ไหนจะค่าที่จอดรถ ค่าที่พัก ค่ า สั ง สร ร ค์อีก และที่แน่ๆ มีโอกาสเป็นหนี้บัตรเครดิตสูงมาก ซึ่งการเงินนี่แหละ จะส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาต่างๆตามมาอย่างแน่นอน ดังนั้นเราควรรู้ และรับมือกับมัน ในเรื่องของ กลยุทธ์รับมือกับค่าใช้จ่ายในบ้าน ดังต่อไปนี้

1 ทำบัญชีรายรับ รายจ่ายของครอบครัว
ทำบัญชีรายรับ รายจ่ายของครอบครัว การทำบัญชีรายรับรายจ่ายเชื่อได้ว่าหลายคนคงเคยได้ยิน หรือเคยทำมาบ้างแล้ว โดยการทำบัญชีรายรับรายจ่ายสามารถศึกษาได้จากหนังสือ หรือตามเว็บไซต์ต่าง ๆ แล้วนำมาปรับใช้ให้เข้ากับครอบครัวของตน การทำบัญชีควรทำเป็นประจำทุกวัน อย่าผัดวันประกันพรุ่งเพราะอาจทำให้คุณหลงลืมค่าใช้จ่ายบางอย่างอาจทำให้การทำบัญชีผิดพลาดได้ ทั้งนี้อาจทำกระดานเล็ก ๆ ไว้เขียนค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเป็นประจำไว้เพื่อเตือนตนเองแบ่งเงินไว้สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ เป็นต้น

2 ออมเงินเพื่ออนาคตที่ดี
ออมเงินเพื่ออนาคตที่ดี การออมเงินด้วยการทำบัญชีเงินฝากถือได้ว่ามีประสิทธิภาพมากเพราะจะทำให้เราจัดการเงินอย่างเป็นระบบไม่ทำให้เกิดการสับสน โดยการทำบัญชีเงินฝากควรแบ่งเป็น 3 บัญชี คือ บัญชีค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน บัญชีเพื่อการลงทุนและบัญชีการออม ควรแบ่งเงินในสัดส่วนที่พอเหมาะสำหรับฝากทั้ง 3 บัญชี

3 วางแผนอนาคตให้ลูก
วางแผนอนาคตให้ลูก ครอบครัวไหนที่มีสมาชิกตัวน้อยเพิ่มขึ้นย่อมต้องอยากให้ลูกมีอนาคตที่ดี การวางแผนอนาคตให้กับลูกต้องใช้เงินจำนวนมาก เช่น ค่ากิน ค่ ารั ก ษ า พ ย า บ า ล หาก ลู ก เ จ็ บ ป่ ว ย ค่าเทอมที่ต้องจ่าย เป็นต้น การคำนวณและเก็บออมเงินไว้ก่อนย่อมส่งผลดีต่อตัวคุณเองไม่ลำบากในภายหลังและส่งผลต่ออนาคตที่ดีของลูกอีกด้วย

4 ตัดใจจากของฟุ่มเฟือย
ตัดใจจากของฟุ่มเฟือย หากคุณต้องการมีค่าใช้จ่ายที่เพียงพอต่อสมาชิกในบ้านและมีเงินเก็บเพื่ออนาคตที่ดี การตัดใจการค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยต่าง ๆ สามารถทำให้เงินของคุณเพิ่มขึ้นได้โดยไม่ต้องทำงานหนักเพื่อเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น เพียงแค่ใช้เงินเท่าที่มีอยู่แต่ตัดรายจ่ายฟุ่มเฟือยออกไป ไม่ว่าจะเป็น ค่าเครื่องสำอางราคาแพงอาจมีการกำหนดค่าใช้จ่ายสำหรับเครื่องสำอางไว้และห้ามใช้จ่ายเกินกว่าที่กำหนด หรือสิ่งของบางอย่าง หากเกิดการชำรุดบางครั้งการซ่อมแซมอาจทำให้ประหยัดเงินมากกว่าการซื้อใหม่ก็เป็นได้

การออมเงินนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากในการใช้ชีวิต ถ้าเราสามารถเก็บเงินได้ เราก็สามารถ มีเงินเผื่อไว้ในยาม ที่ เ จ็ บ ป่ ว ย หรือว่าในยามที่เราเกิดปัญหา ลองทำตามนี้ดูค่ะ มันไม่ยากเลยในการที่เรานั้นจะทำ ลองทำดูค่ะ ทีละนิด ทีละหน่อย แต่ถ้าลงมือทำคุณจะประสบความสำเร็จกับการเก็บออมเงินค่ะ

อนิสงฆ์ การปิดทอง สิ่งดีๆจะเข้าหา มีโชคลาภ เงินทอง ร่ำรวย

หากท่านคืออีกหนึ่งคนที่เป็นสายบุญ และเป็นชาวพุทธที่นับถือศาสนาพุทธแล้วหนึ่งในการสร้างบุญบารมีนอกจากการทำบุญ ตักบาตร ทำทาน ปล่อย นกปล่อยปลาทำความดีต่างๆ ก็ยังมีการปิดทองพระที่ให้อานิสงส์ที่ดีต่อชีวิตของทุกคนแต่จะปิดทองตรงตำแหน่งไหนดีเพื่อให้ได้สมหวังเกี่ยวกับเรื่องเงินทอง โชคลาภ เพราะว่าในแต่ละจุดของการปิดทองพระนั้นให้ความหมายที่แตกต่างกันออกไป ต้องเลือกปิดทองพระตรงส่วนไหนถึงจะเรียกเงินทองไหลมาเทมา และแต่ละตำแหน่งของพระพุทธรูปที่เราปิดทองนั้นให้อานิสงส์ในด้านใดบ้างมาดูเลย

ปิดทองตำแหน่งพระเศียร ก็คือตำแหน่งศีรษะนั่นเอง สำหรับตำแหน่งนี้มีความเ ชื่ อว่า จะทำให้มีความฉลาดหลักแหลม มีสติปัญญาดี ความจำดี เหมาะกับคนที่กำลังอยู่ในช่วงเตรียมสอบ หรือเตรียมข้อมูลสำหรับการทำเลื่อนขั้น และใครก็ตามที่ต้องการใช้สติปัญญาการปิดทองตรงพระเศียรพระจะช่วยในเรื่องนี้ได้ และยังจะได้อานิสงส์ทำให้การงานก้าวหน้ าเป็นดั่ งหวัง จะทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ ตั้งเป้าอะไรไว้ก็มักจะสำเร็จได้ง่ายๆ

ปิดทองตำแหน่งพระพักตร์ เป็นใบหน้าของพระพุทธรูปนั่นเอง สำหรับจุดนี้จะให้อานิสงส์ที่ดีมีความรุ่งเรืองในชีวิต การงาน ครอบครัวมีความสุข งานก้าวหน้าอย่ างน่าพอใจ เป็นคนที่มีความโดดเด่นและจะมีความสุขในการใช้ชีวิต ใครอยู่ใกล้ก็จะ เป็นคนเก่งมีเรื่องน่ายินดีเข้ามาให้แก่หมู่คณะเสมอ

ปิดทองตำแหน่งพระอุระ เป็นตำแหน่งหน้าอกหากปิดทองในส่วนนี้จะได้อานิสงส์ทำให้เป็นคนมีออร่า มีราศีดี ทำให้เป็นคนที่มุ่งมั่นในความดี อยู่ที่ไหนก็เป็นที่รักที่ชื่นชมของทุกคน มีเ ส น่ห์โดดเด่น เป็นที่หมาย ต าของหลายๆ คนเลยทีเดียวจะเรียกว่าเนื้อหอมก็คงได้ ใครอ ย ากจะเพิ่มเ ส น่ห์ให้ตัวเองให้ปิดทองตรงพระอุระเลย

ปิดทองตำแหน่งพระอุทร เป็นส่วนของท้องพระพุทธรูป ซึ่งปิดทองตรงส่วนนี้เองที่จะให้อานิสงส์มีความร่ำรวยเงินทอง หลั่งไหลเข้ามาแบบไม่ข า ดมือ ทำมาค้าขายอะไรก็มีกำไรงาม มีทรัพย์สินเงินทองมากมาย มีกินมีใช้กันได้แบบไม่รู้หมด ใครที่อ ย ากจะร่ำรวยเงินทองให้ปิดทองตำแหน่งหน้าท้องได้เลย

ปิดทองตำแหน่งพระหัตถ์ เป็นตรงบริเวณมือของพระพุทธรูป ในส่วนนี้หากปิดทองลงไปจะได้อานิสงส์ให้เป็นคนที่น่าชื่นชม น่ายกย่องเอาเป็นแบบอ ย่าง สำหรับใครที่มีลูกน้องอ ย ากให้ลูกน้องเชื่อฟังยำเกรงนั้น การเสริมบารมีโดยการปิดทองในส่วนของพระหัตถ์จะช่วยเสริมด้วยนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้

ปิดทองตำแหน่งพระนาภี เป็นส่วนของสะดือนั่นเอง ซึ่งตรงบริเวณนี้เชื่อว่าจะทำให้ชีวิตไม่มีเรื่องย ากลำบ ากเลยจะมีเงินทองเข้ามาให้ใช้จ่ายได้ตลอดชีพ ใครอยากจะมีการเงินไม่ขาดมือตำแหน่งสะดือก็เป็นที่นิยมอีกหนึ่งจุดที่จะทำให้สมหวังในด้านการเงิน

ปิดทองตำแหน่งพระบาท เป็นการปิดทองในส่วนของเท้าพระพุทธรูป เ ชื่ อว่าจะส่งผลให้มีความมั่งคั่งอยู่ดีกินดีมีกินมีใช้ไม่ขาดแคลนที่พักพิงอาหารยานพาหนะที่จำเป็นเงินทองทุกอย่างจะมีให้ใช้ได้ตลอดเป็นชีวิตที่เรียบง่ายแต่สมบูรณ์เพียงพอต่อการใช้ชีวิต

ปิดทองตำแหน่งฐานพระเป็นฐานรองพระองค์ ซึ่งจะเป็นตำแหน่งที่อยู่ด้านล่างสุดรองรับพระพุทธรูปเอาไว้นั่นเองคือฐานพระหากปิดทองตรงจุดนี้เชื่อกันว่าจะช่ว ย เสริม ในเรื่องของอาชีพการงานให้มีความมั่นคง ทำมาค้าขายไปได้อย่างราบรื่นตลอด

แล้วคุณอยากจะปิดทองที่ตำแหน่งไหนก็ลองเลือกต ามจุดที่อยากได้รับอานิสงส์กันได้เลย และอย่ าลืม แ ช ร์ เรื่องราวดีๆ นี้แบ่งปันให้กับเพื่อนๆ คนอื่นได้รับรู้ถึงอานิสงส์ของการปิดทองด้วยจะทำให้ได้บุญเพิ่มขึ้นอีกจะปิดทองหลังพระ หน้ าพระ หรือส่วนไหนๆ ก็ล้วนแต่ได้อานิสงส์ดีทั้งนั้น ส่วนจะได้ในเรื่องไหนบ้างไหนก็ตามที่กล่าวมาข้างต้นเลย ปีนี้คุณได้ไปทำบุญปิดทองพระแล้วหรือยังหากยังลองหาเวลาว่างๆ ออกไปทำบุญบ้างก็ดีนะ

เทคนิคเพาะถั่วงอกลงในขวดน้ำ ปลูกง่าย ไม่กี่วันก็ได้กิน

ผักถั่วงอกเป็นพืชผักสวนครัวชนิดหนึ่ งที่หลายๆบ้ านมักชอบปลูก เพาะปลูกได้ง่าย รสชาติดี นำมาประกอบในเมนูอาหารได้อย่างหลากหลาย ประโยชน์มาก และที่สำคัญนั้นไม่ต้องใช้ดินและใช้เวลาไม่มากในการปลูก และแน่นอนว่าในวันนี้เราได้มีวิธีการปลูกถั่วงอกในขวดน้ำแบบง่ายๆ เหมาะมากๆสำหรับคนที่มีพื้นที่น้อย มีอุปกรณ์ไม่เยอะ คุณเองก็สามารถปลูกทานเองหรือจะส่งขายสร้างรายได้เล็กๆน้อยๆก็ดีไม่ใช่น้อยเลย เรามาดูวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมและวิธีในการเพาะกันเลย

สิ่งที่ต้องเตรียม เมล็ดถั่วเขียวพันธุ์ดี , ขวดพลาสติกเหลือใช้ , น้ำสะอาด , กระดาษทิชูหรือถุงดำ

วิธีในการการเพาะ
1 ในขั้นตอนแรกเราจะเริ่มด้วยการเตรียมขวดพลาสติกที่เราไม่ได้ใช้แล้ว โดยให้เรานำขวดมาเจาะรูฝั่งหนึ่ งของขวดและเว้นตรงกลางช่วงก้นขวดเอาไว้ โดยรูที่เราจะทำการเจาะนั้นจะต้องมีขนาดเล็กกว่าเมล็ดถั่วเขียวที่เราจะนำมาเพาะ

2 ฝั่งตรงข้ามที่เราจะทำการเจาะรูไว้ให้เรานำคัตเตอร์มาเจาะเป็นฝาเปิดออกให้เป็นทรงสี่เหลี่ยมตามรูปด้านล่าง ในช่องนี้เราจะทำไว้เพื่อสำหรับใส่เมล็ดถั่วเขียวและทำการดูแลรดน้ำ

3 ขั้นตอนถัดมาเราจะนำเมล็ดถั่วเขียวใส่ลงไปในขวดให้มีความสูงขึ้นมาประมาณ 1 ข้อนิ้ว จากนั้นให้เราทำการตั้งขวดขึ้นแล้วเทน้ำใส่ลงไปให้ท่วมเมล็ดทำการแช่ถั่วเขียวทิ้งเอาไว้นานประมาณ 6-8 ชม. สำหรับน้ำที่เราจะนำไปแช่นั้นให้ใช้น้ำอุ่นจะช่วยเพิ่มการงอกที่เร็วขึ้น

4 เมื่อครบเวลาสำหรับการแช่น้ำแล้วนั้นให้เรานอนขวดลงสะเด็ดน้ำให้ไหลออกมาทางรูที่เราทำการเจาะเอาไว้จนหมด ในช่วงนี้เราจะสังเกตเห็นได้ว่าเปลือกของถั่วเขียวเริ่มปลิออกใกล้งอกรากแล้วล่ะค่ะ

5 ขั้นตอนถัดมาให้เรานำกระดาษทิชชูหรือถุงดำมาคุมให้ทั่วขวดเพื่อเป็นการพรางแสง จากนั้นให้เราหมั่นรดน้ำวันละ 2 ครั้งประมาณ 2-3 วัน เราจะสังเกตได้ว่าถั่วงอกจะแข่งกันงอกออกมาอย่างแน่นเต็มขวดเลยทีเดียว สามารถเก็บนำไปประกอบในเมนูอาหารหรือจะนำออกขายเพื่อเป็นการสร้างรายได้เสริมเล็กๆน้อยๆ

เรียกได้ว่าเป็นวิธีการที่ง่ายมากๆสำหรับการปลูกถั่วงอกไว้รับประทานเอง หรือจะปลูกเพื่อทำการขาย เหมาะมากๆสำหรับผู้ที่มีพื้นที่น้อย ลองนำวิธีนี้ไปทำกันดูรับรองว่าคุณจะได้ผลผลิตที่ดีมากๆ ขอบคุณข้อมูลจาก : Postnoname

ผลวิจัยชี้ คนขี้ลืมไม่ใช่คนโง่ แต่เป็นคนฉลาดต่างหาก

มีใครในที่นี่เคยถูกว่าถูกด่าว่าตัวเองนั้นเป็นคนขี้หลงขี้ลืม ขอยกมือขึ้น เย้ บอกเลยว่าคุณต้องลืมสิ่งที่ถูกต่อว่านั้นไปได้เลย ทำจิตใจให้สบายและมาอ่านเรื่องราวที่เรากำลังจะมาเสนอในวันนี้ เพราะล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้มีผลการวิจัยของต่างประเทศ ได้ชี้ให้เห็นชัดๆแล้วว่า คนขี้ลืมนั้นไม่ใช่คนที่โง่ แต่คนที่ลืมคือคนที่ฉลาดต่างหาก

Paul Frankland และ Blake Richards สองนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโทรอนโต ประเทศแคนาดา ผู้ทำการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องกลไกการทำงานของสมองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำ และพวกเขาก็ได้พบว่าไม่ได้เกิดจากประสิทธิภาพในการเรียกคืนข้อมูลล้มเหลว หากแต่นี่เป็นกระบวนการที่จะช่วยให้สมองสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Blake Richards กล่าวว่า “เรื่องที่สำคัญที่สุดคือ สมองของคนเราต้องลืมหรือตัดรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่จำเป็นออกไปบ้าง และให้ความสนใจหรือให้ความสำคัญกับเรื่องที่จำเป็นหรือเรื่องที่ต้องตัดสินใจในช่วงเวลา ณ ขณะนั้น เพราะถ้าคุณพยายามจะจำทุกสิ่งอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

สมองของคุณก็จะอัดแน่นไปด้วยความจำเหล่านั้นมากเกินไป ทำให้สมองเบลอ เชื่องช้า ส่งผลให้การตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ทำได้ยาก พูดง่ายๆ ก็คือ คุณจะลังเลไม่กล้าตัดสินใจในทุกๆ เรื่องนั่นเอง และสมองของคนเราเป็นตัวกรองข้อมูลชั้นดี นั่นหมายความว่า อะไรที่ไม่สำคัญก็ควรจะลืมๆ มันไปซะ เหมือนเป็นการเคลียร์สมองเพื่อเก็บพื้นที่เอาไว้จดจำในเรื่องที่สำคัญๆ หรือเรื่องที่ตัวเองสนใจก็เพียงพอแล้ว”

Paul Frankland ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า “จากผลการวิจัยที่เราได้ศึกษาค้นคว้ากันมา แสดงให้เห็นว่า สมองของคนเรามีกลไกบางอย่างที่สนับสนุนให้เกิดอาการหลงๆ ลืมๆ ซึ่งมันแตกต่างจากกลไกของสมองที่เกี่ยวข้องกับการบันทึกข้อมูลเป็นอย่างมาก และประโยชน์ของเจ้ากลไกชนิดนี้ก็คือ ทำให้คนที่ขี้ลืมนั้นมีความคิดความอ่านที่ฉลาดและหลักแหลมนั่นเอง”

อย่างไรก็ตามนักวิจัยทั้งสองคนก็ได้ทิ้งท้ายเอาไว้ว่า ผลงานวิจัยของพวกเขาชิ้นนี้หมายถึงคนที่มีนิสัยขี้ลืมหน่อยๆ ไม่ได้หมายถึงคนที่ขี้หลงขี้ลืมมากๆ ชนิดที่ว่าจำเรื่องราวสำคัญๆ ต่างๆ ไม่ได้เลย เพราะนั่นคืออาการป่วยหรือเป็นอาการของโรคความจำเสื่อมซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับผลการวิจัย แต่ควรได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีจะเป็นการดีที่สุดนั่นเอง

ขอขอบคุณ : SpokeDark.TV

“ถ้าท้อ” ก็เป็นได้แค่ถ่าน “ถ้าผ่านไปได้” จึงจะเป็นเพชร

เพชรมีค่ามากกว่าถ่านหลายล้านเท่า ทั้งๆ ที่เพชรเป็นธาตุคาร์บอนเหมือนกันไม้ ผ่านการอบการเผาไม่นานก็กลายเป็นถ่านแต่เพชร ผ่านความร้อน ไม่ต่ำกว่า 5000 องศาฟาเรนไฮต์และได้รับความกดดันมาก

กว่า 1 ล้านปอนด์ต่อตารางนิ้วเป็นระยะเวลานาน จึงจะกลายเป็นเพชรเพชรจึงเป็นเครื่องประดับอันงดงามและล้ำค่าพร้อมกับเป็นของที่มีความแข็งมากที่สุดในโลกเพราะผ่ านแรงกดดันมามากนั่นเองหากท่านกำลังได้รับความกดดันอยู่ จงอดทนให้ได้ดั่งเพชรหากท่านกำลังถูกเ คี่ยวถูกสั บจงผ่ านไปให้ได้หากสถานการณ์กำลังบีบบังคับ

จงเข้มแข็งไว้เพราะชัยชนะกำลังรออยู่ข้างหน้าหากยังถูกโหมกระหน่ำอีก จงระลึกไว้ว่าท่านกำลังถูกเจียระไนให้เป็นเพชรเม็ดงามส่องประกายในสถานการณ์เช่นนี้หากหยุดคิดพิจารณาอย่ างมีสติย่อมเกิดปัญญาพบหนทางสว่างได้เสมอจงมุ่งมั่นอาจหาญสง่างาม เสมือนดั่งเพชร

แม้เพชรจะตกอยู่ในสภาวะทุ กข์ย ากลำ บากอ้างว้างและโดดเดี่ยว แต่เพชรไม่เคยย่อท้อต่อสู้เรื่อยไปให้ถือว่าทุกอย่ างเป็นบทเรียนและบทฝึกตัวเองเสมอจนกาลเวลาผ่านไป เพชรจึงภูมิใจในตัวของมันเองและด้วยความอดทนอย่างถึงที่สุดนี้ เพชรจึงเป็นอัญมณีที่ล้ำค่า ราคาแพง

10 คำสอนของหลวงพ่อจรัญ จะเปลี่ยนชีวิตคุณมีคุณค่ายิ่งขึ้น

สำหรับใครที่อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น ในวันนี้เรามีคำสอนของหลวงพ่อจรัญ หากลองทำตามคำสั่งสอนของท่านดู แล้วจะรู้ว่าชีวิตนี้ไม่มีอะไรยากเลย มีตอนหนึ่งในคลิปได้กล่าวไว้ว่า ถ้าลูกเป็นลูกรักของแม่โปรดจงตั้งใจฟัง ถ้าฉันนั่งกรรมฐานให้ได้ผลดี จะต้องเอาธูปเทียนแพ ดอกไม้ธูปเทียนไปไหว้พ่อไหว้แม่ ขออธิษฐานอโหสิกรรม สิ่งใดที่คิดไม่ดี ทำไม่ดีกับท่านไว้ ให้พ่อแม่ให้พร แล้วจึงลามาบวชเจริญกรรมฐาน

ถ้าทำแล้วจะได้ผล 100% บางคนก็ไม่ลา หนีสามีมานั่งกรรมฐานก็เป็นจำนวนมาก แต่สามีก็ไม่ค่อยมีภรรยามานั่งกรรมฐานเลย มีแต่หนีออกงานสังคม ที่จะมาลานั่งกรรมฐานมาบวชให้บิดร มารดา น้อยมาก ไม่ค่อยมี ขอฝากไว้ในที่นี้ด้วย ถ้าท่านทั้งหลายยังเป็นกุลบุตร ธิดา ของบิดา มารดา ถ้ามีศรัทธา กราบลาพ่อแม่ดอกไม้ธูปเทียน บอกจะมาบวชที่วัดใดวัดหนึ่ง

บอกจะมาสนองพระเดช พระคุณแม่ น้ำนมของแม่ จะสนองพระคุณให้คุณพ่อ ด้วยการเจริญกุศลภาวนาที่มันสูงสุดในบวรพระพุทธศาสนา พ่อแม่ก็จะได้บุญ ประสาทพรให้ลูกเอ๋ย เจ้าเข้าวัดเข้าวา พ่อดีใจมาก แม่ดีใจมาก พ่อแม่ก็จะประสาทพรให้ ให้ลูกสำเร็จความปรารถนา เจ้าไปวัดไปวา ไปสู่กุศลเข้าถึงคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ พ่อแม่ก็ไปสวรรค์…”

Credit : หลวงพ่อจรัญ

“ขงจื้อ” เคยกล่าวไว้ คนเราไม่ควรขยันแบบผิดๆ

“ขงจื๊อ” เคยกล่าวไว้เมื่อ 2,000 ปีก่อนว่า… คนฉลาดและขยัน ควรส่งเสริมให้เป็นแม่ทัพ,คนฉลาดและขี้เกียจ ควรเลี้ยงไว้เป็นทหารฝ่ายเสนาธิการวางแผนอยู่เบื้องหลัง, คนโง่และขี้เกียจเก็บไว้ใช้สอยทำงานตามคำสั่งก็พอไหว,แต่ถ้าเจอคนโง่และขยัน ต้องเอาไปตัดหัวทิ้งทันที เพราะจะทำให้งานเสีย และก่อความเดือดร้อนไม่รู้จบ

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนฉลาด หรือคนโง่…การขยันแบบไม่รู้เวล่ำเวลา ขยันทำสิ่งผิดๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ดีแต่สร้างความเสียหายมากกว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ เริ่มตั้งแต่วันนี้ก็ยังไม่สาย เลิกซะทีวัฒนธรรมการทำงานแบบขยันผิดที่ผิดเวลา เหตุผลดีๆ ที่คนเราไม่ควรขยันแบบผิดๆ คือ

(ประการที่ 1) : การขยันทำงานที่เน้นแต่ปริมาณโดยไม่ใช้สมอง ไม่มีทางทำให้ได้งานดีมีคุณภาพ!! ลองเปลี่ยนวิธีทำงานซะใหม่ คิดให้ถี่ถ้วนก่อนลงมือทำ และจัดอันดับความสำคัญให้เป็น เชื่อสิครับว่างานจะเสร็จเร็วกว่าเดิมเยอะ แถมยังได้งานดีมีคุณภาพ ไม่ใช่สักแต่ทำไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้จักวางแผนงาน

(ประการที่ 2) : การโหมงานโต้รุ่ง และนอนดึกตื่นสาย ทำลายความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ เพราะสมองที่เบลอไม่มีทางคิดอะไรออก เรื่องนี้คอนเฟิร์มโดย “เอเรียนนา ฮัฟฟิงตัน” คอลัมนิสต์ชื่อดังชาวอเมริกันเชื้อสายกรีก แห่งเว็บไซต์ฮัฟฟิงตัน โพสต์ ที่ได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารฟอร์บส์ ให้เป็นหนึ่งในผู้หญิงทรงอิทธิพลที่สุดในวงการสื่อโลก

(ประการที่ 3) : การขยันทำงานตอนไฟลนก้นทำให้อารมณ์เสีย และทำลายความสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้าง ลองจัดสรรเวลาทำงานใหม่ โดยเตรียมงานไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วคุณจะไม่ต้องปรี๊ดแตกใส่ใครต่อใครให้เสียบรรยากาศ

(ประการที่ 4) : ถ้าคุณเป็นเจ้านายคน ควรเป็นแบบอย่างที่ดีของลูกน้อง โดยเฉพาะการบริหารจัดการเวลา คนที่ทำงานเป็น ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาอยู่ในออฟฟิศจนดึกดื่น เพื่อให้ได้ผลงานน้อยนิด

(ประการที่ 5) : การขยันทำงานหามรุ่งหามค่ำบั่นทอนสุขภาพให้ทรุดโทรม ตัวอย่างสุดช็อกเกิดขึ้นปลายปีที่แล้ว เมื่อสาวน้อยก๊อบปี้ไรเตอร์โฆษณาชาวอินโดนีเซีย “มิต้า ดิแรน” วัย 24 ปี หัวใจวายตายคาโต๊ะหลังทำงานหนักติดต่อกัน 30 ชั่วโมง โดยไม่ได้หยุดพัก

(ประการที่ 6) : หยุดคิดสักนิด แล้วจะรู้ว่างานส่วนใหญ่ที่บ้าทำตอนนี้ แทบไม่มีความสำคัญอะไรเลย มนุษย์เงินเดือนจำนวนมากก้มหน้าก้มตาทำงานซ้ำๆ อยู่ในออฟฟิศวันละหลายชั่วโมง โดยไม่เคยถามตัวเองว่า สิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ มีประโยชน์กับชีวิตมากน้อยแค่ไหน ทำให้เราพัฒนาขึ้นหรือเปล่า และให้อะไรกับสังคมบ้าง?

(ประการที่ 7) : ครอบครัวต้องมาก่อน อย่าปล่อยให้งานทำชีวิตพัง ความก้าวหน้าทางการงานอาจสำคัญสำหรับใครหลายๆ คน แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว เทียบไม่ได้เลยกับการมีครอบครัว อบอุ่นน่ารัก เพราะไม่ว่ายามสุขหรือทุกข์ พวกเขาคือคนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างเราจริงๆ