สาวไทยสุดแกร่ง ชาวร้อยเอ็ด ขับรถ 10 ล้อ ที่อเมริกา

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวเน็ตให้ความสนใจ หลังเพจเฟสบุ๊ค “New York ออกสาว” ได้ออกมาโพสต์เล่าเรื่องราวผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวระบุข้อความว่า สาวไทยวัย 25 ปี ขับรถ10 ล้อ ส่งของทั่วอเมริกา เรื่องราวของสาวไทยที่ขับรถส่งของทั่วอเมริกาที่หลายคนอาจจะเคยเห็นกันมาบ้างแล้ว แล้วคุณรู้มั้ยว่าก่อนที่เค้าจะมาถึงจุดๆนี้ เค้าผ่านอะไรมาบ้าง

เพจเรามีเรื่องราวของเธอมาฝากกันค่ะ “ปิ๋ม สุภาวดี นามชารี” สาวชาวร้อยเอ็ด ที่ชีวิตลิขิตให้เค้ากลายเป็นสาวแกร่ง และเก่งแห่งปี จากเด็กที่เริ่มจากศูนย์ จนวันนี้เธอสามารถทำรายได้เกือบล้านต่อเดือน และทำหน้าที่ลูกที่น่ารักของพ่อแม่และครอบครัว เค้าเป็นใคร แล้วเพราะอะไรเธอถึงเลือกอาชีพนี้

ปิ๋ม เกิดในครอบครัวที่ทางบ้านประกอบอาชีพเกี่ยวกับ รถขนของ พ่อและแม่ของเธอต้องขับรถบรรทุกส่งของ ซึ่งต้องออกต่างจังหวัดเป็นประจำ ทำให้เธอนั้นเติบโตและเลี้ยงดูมากับคุณตาคุณยายโอกาสเดียวที่เธอจะได้อยู่กับพ่อและแม่นั้น เธอต้องอาศัยช่วงวันหยุดหรือปิดเทอม เพื่อที่จะนั่งรถบรรทุกส่งของและเดินทางติดตามไปกับพ่อแม่ของเธอ นั่นก็ทำให้เธอได้ซึมซับกับประสบการณ์การขับรถบรรทุกส่งของตั้งแต่เด็กๆ

ตอนวัยเด็กปิ๋ม ก็เหมือนเด็กต่างจังหวัดทั่วไป ที่การทำไร่ไปนา นอนกลางดินกินกลางทราย หรือแม้แต่งานรับจ้างทั่วไป เป็นสิ่งที่เธอทำประจำ หรืออะไรที่พอจะช่วยให้เค้าแบ่งเบาภาระทางบ้านได้ เธอไม่เคยเกี่ยง เรียกว่าหนักเอาเบาสู้ น่าชื่นชมจริงๆ กับผู้หญิงคนนี้

ใครที่คิดว่าเรียนไม่เก่ง จะไม่ประสบความสำเร็จ ปิ๋มเรียนจบแค่ชั้นมัธยมศึกษา แต่ไม่ได้หมายความว่าการจบแค่ ม.6 แล้วคุณจะไม่มีโอกาสทำอะไรตามที่เราฝัน เพราะฉะนั้น เธอจึงตัดสินใจเดินตามความฝันเข้ามาทำงานในประเทศอเมริกา ปิ๋มก็เหมือนเด็กไทยส่วนใหญ่ที่ทำงานตามร้านอาหารไทย

แต่สำหรับเธอคนนี้ เธอคิดว่างานบริการไม่ใช่สิ่งที่เธอถนัด และชีวิตคนเราถ้ามุ่งมั่นและไม่หยุดที่จะทำในสิ่งที่เราฝัน เธอตัดสินใจเข้าสมัครเรียนจริงจัง เกี่ยวกับการขับรถส่งของในอเมริกา และสอบผ่านใบอนุญาตขับรถส่งของจนวันนี้เธอได้ทำตามความฝันอาชีพอะไรที่คุณรักและถนัด แล้วทำมันแล้วมีความสุข นั่นก็ถือว่าคุณประสบความสำเร็จในอาชีพแล้วค่ะ

ปิ๋มขอบคุณคนที่อ่านแล้วเข้าใจ เปิดใจกว้าง มองเห็นด้านดีที่ถูกแชร์ออกไป ไม่ใช่แค่ส่วนรายได้ จริงๆ ความสำเร็จในชีวิตคนเรา ไม่ได้ไกลตัวเลยนะ เริ่มจากการอ่าน คิด วิเคราะห์ แยกแยะ เบสิคง่ายๆเลย

ถ้าตีความได้ ใช้เหตุผล เข้าใจคนอื่นให้เหมือนที่อยากให้คนอื่นเข้าใจเรา แค่นั้นก็ถือว่าคุณประสบความสำเร็จ ในการใช้ชีวิตไปอีกขั้นแล้วค่ะ ไม่ได้โลกสวย แต่ก็ไม่เคยใช้ด้าน ไม่สวย

เห็นตอนเด็กคุณปิ๋มถ่ายรูปครอบครัวกับรถบรรทุก ไม่ทราบว่ารถบรรทุกมีความสำคัญอะไรกับคุณปิ๋มอย่างไร

รูปนั้นเป็นรูปเดียวในชีวิตของปิ๋มเลยก็ว่าได้ ในรูปคู่ที่ปิ๋มมีคู่กับรถบรรทุกที่บ้าน ก็มันสำคัญมาก เพราะ รถบรรทุกคันข้างหลังนั้นเป็นคันแรกที่พ่อปิ๋มมีเลย แล้วก็เวลาดู มันทำให้เรารู้สึกว่า เรามีทุกวันนี้ได้ เรามีโอกาสที่ดี ได้เรียนโรงเรียนดีๆ มายืนถึงจุดนี้ได้ เพราะว่ามันคือรถคันนี้ รถบรรทุกข้างหลังเรา

คุณคิดว่าการทำงานในสหรัฐอเมริกาแตกต่างจากไทยมั้ยคะ

โดยส่วนตัวคิดว่าต่างมากๆ เรื่องของทัศนคติในการทำงานตั้งแต่อายุน้อยๆ เพราะปิ๋มเป็นคนนึงที่ เป็นเด็กบ้านนอก ที่มีโอกาสไปเรียนพิเศษที่กรุงเทพ แล้วหลังจากนั้นก็มีโอกาสไปหางานพาร์ทไทม์ทำ ในระหว่างหลังเลิกเรียน พอหลังจากคนรอบข้างที่รู้แล้ว คนรอบข้าง ใครก็ตาม น้อยคนมากที่เค้าจะชื่นชมเรา เค้ามองเราในแง่ลบ พ่อแม่ถังแตกหรือเปล่า ไม่มีเงินส่งให้ หรือว่าเราใช้เงินเยอะ ไม่เพียงพอ แทนที่จะมองว่า เราอยากมีเงินเก็บ ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ มันกลับเป็นอีกด้านนึงเลย ที่เราไม่คิด ไม่ฝันมาก่อน แต่ต่างจากคนที่อเมริกา ที่เด็กไฮสคูล เริ่มทำงาน พาร์ทไทม์ ฟูลไทม์แล้ว เพราะฉะนั้นอาจเป็นจุดเริ่มต้นว่าทำไม เวลาเราทำอะไร หรือจะเริ่มงานอะไร เราถึงไม่บอกใคร มันไม่มีประโยชน์อะไร ที่จะบอกให้คนอื่นรับรู้ แล้วการบอกคนอื่นอาจทำให้เราเสียเซลฟ์ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นนี่คือความต่างมากๆเลย และถ้าเป็นเรื่องของรถบรรทุกที่อเมริกา สามารถทำเงินได้ดีกว่าที่ไทยมากๆ ที่ไทยต้องใช้รถถึง 3 คันกว่าจะได้กำไรเท่ากับ 1 คันที่นี่ เลือกการหางานจะยากง่ายต่างกัน ที่อเมริกาจะง่ายมาก แค่เข้า App หางาน แต่ที่ไทยไม่มีอะไรแบบนี้ เรื่องการติดต่องานต้องไปพูดไปคุยกับเค้า ถ้าเราไม่มีเส้นไม่มีสาย มันยากมากที่เราจะไปของานใครสักคนทำ เพราะฉะนั้นถ้าจะเป็นวัยรุ่นไฟแรง มันยากมากที่จะลืมตาอ้าปากได้โดยไม่มีเส้นไม่มีสายนะ

ไปไงมาไงถึงมาเป็นในอเมริกาได้คะ

ปิ๋ม ก็เป็นคนไทยธรรมดาคนนึง ที่มาเริ่มต้นจากการทำงาน ร้านอาหารไทย ทำงานหน้าร้าน หรือหลังร้าน ก็ตาม แต่อย่างที่บอก เพราะเราเป็นคนไม่ค่อยหวาน ไม่ชอบคุยกับคน ก็เลยขอเจ้าของร้านทำงานหลังร้าน แต่เจ้าของร้าน เห็นว่าเราเป็นผู้หญิง ด้วยบุคลิก ดูอ้อนแอ้น จะทำงานในครัวได้หรอ ต้องใช้ความว่องไว เค้าเลยไม่กล้าให้เราทำ อยากให้เราทำงาน บริการ ขายหน้าตา ทำงานบริการ แต่ซึ่งเค้าไม่รู้เลยว่า skill ข้างหน้าร้านของเรามัน เฟลมาก มันไม่ใช่ตัวตนของเรา เราทำงานมาแค่ 1-2 ปี มันทรมานมาก มันเหมือนเด็กที่ต้องตื่นมา ไปโรงเรียน ที่เราไม่อยากไปโรงเรียน มีฟีลแบบนั้นทุกวันเลย เลยมีความรู้สึกว่า ต้องหางานอะไรอย่างอื่น ที่ใช้กำลังก็ได้ ที่ใช้แรงงานของเรา ด้วยความที่เราก็มีแค่วุฒิ ม.6 แล้วอยู่ๆก็ได้มีโอกาสรู้จักคนที่ทำธุรกิจรถ truck ได้คุยแลกเปลี่ยนกัน แล้วก็ทำให้ได้รู้ว่า การขับรถ truck ในอเมริกา สามารถทำได้ทั้งผู้ชาย และผู้หญิง เราก็เริ่มศึกษาหาข้อมูล แล้วตั้งแต่วันนั้นเราก็แน่ใจแล้วว่า เราจะไปเรียนที่โรงเรียนนี้นะ เราจบมาเราจะได้งาน เราก็ตัดสินใจออกจากงานร้านอาหาร โดยไม่คิด และกังวลอะไรเลย เราบอกกับตัวเองว่าเราจะเดินออกมาจากตรงนั้น คำตอบข้างหน้าที่ เราจะไปขับรถ truck คือเราทำได้นะ ไม่อย่างนั้น เราก็ต้องกลับมาที่เดิม คำตอบวันนั้นคือ มันต้องได้ อย่างเดียว

เวลาว่างคุณชื่นชอบและทำอะไรคะ

ตอนนี้ตั้งแต่มาขับรถ truck ก็จะมีเวลาว่างแค่ 1-2 ชม. ก็คือนอนเก็บเอาแรงอย่างเดียวเลย เพราะเวลาขับรถเราไม่ได้ขับแค่ 1-2 ชม. เราขับรถทีนึง 10 กว่าชม.เลย ถ้าว่างก็คือ นอนอย่างเดียวเลย

ใครคือแรงบันดาลใจของคุณให้เดินทางสายนี้คะ?

ตอบ..ปิ๋มคิดว่าปิ๋มไม่ได้อยากจะเป็นคนที่รวยแล้วก็ให้คนอื่นมาชมนะ แต่ปิ๋มอยากจะเป็นคนที่หาเงินได้ระดับนึงเพื่อที่จะมาเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่แล้วก็ตากับยายคนที่เลี้ยงเรามาในขณะที่ปิ๋มยังสามารถทำได้การตอบแทนบุญคุณคนที่เลี้ยงเรามานั้นแหละคือแรงบันดาลใจสำคัญของเรา

คุณคิดว่าอะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดสำหรับอาชีพนี้?

ตอบ…ในความคิดปิ๋มนะ ปิ๋มคิดว่าคนขับรถทรัคหลายๆคน น่าจะคิดเหมือนกันว่า เรามีความรู้สึกว่าขาข้างหนึ่งของเรามันเข้าไปอยู่ในคุกแล้วอ่ะ คือมันรอแค่จังหวะแค่อีกนิดเดียวเราสามารถทำผิดเราสามารถเป็นฆาตกรได้ตลอดเวลา เพราะว่าถ้าเราตัดสินใจผิดหรือว่าเลือกทำอะไรในทางที่ผิดแค่วินาทีเดียวเราสามารถฆ่าคนหรือฆ่าคนที่เราไม่รู้จักได้ นั่นคือสิ่งที่ยากที่สุดสำหรับปิ๋มแล้วค่ะ

คติประจำตัวของคุณคืออะไร?

ไม่รู้ว่ามันเป็นคติประจำตัวได้รึป่าวนะคะ แต่สิ่งที่ปิ๋มคิด มันไม่มีใครรวยทางลัด ทุกอย่างมันต้องลงทุนและต้องลงมือทำมันถึงจะสำเร็จ อย่างบางคนเห็นเราขับรถทรัคได้เงินดีนะ แต่พอรู้ค่าใช้จ่ายแพงกลับไม่กล้าลงเรียน เราอย่าคิดแบบนั้นค่ะ เพราะทุกอย่างคือการลงทุนให้กับชีวิตเรา อย่ามองแค่จุดเริ่มต้นให้เราคิดว่าเราจะจบตรงไหนค่ะ

งานไหนที่คุณประทับใจและภูมิใจที่สุด?

สำหรับปิ๋มนะงานที่ปิ๋มทำแล้วพ่อกับแม่แฮปปี้ คือเค้าภูมิใจในตัวเรา นั่นแหละคือทำให้ปิ๋มภูมิใจที่สุดแล้ว เช่นการขับ truck ในอเมริกาตอนนี้ ซึ่งทุกคนให้ความสนใจ หลายๆคนชม มันก็ทำให้พ่อกับแม่ยิ้มได้แล้วเค้าก็ภูมิใจในตัวเรา มันก็น่าจะเป็นอะไรที่ดีที่สุดแล้วที่เห็นเค้าภูมิใจในตัวเรา

สุดท้ายนี้อยากให้คุณฝากข้อคิดอะไรซักเล็กน้อยแก่แฟนเพจนิวยอร์คออกสาว ที่มีความฝันแต่ยังกลัวที่จะเริ่มต้นทำความฝันสักหน่อย?

ปิ๋มคิดว่า ความสุขของคนเรามันไม่เท่ากัน ความสุขของบางคนมีค่าหนึ่งพัน บางคนมีค่าหนึ่งหมื่น บางคนมีค่าหนึ่งแสน หรือบางคนต้องใช้หนึ่งล้านถึงจะมีความสุข แต่ว่าสำหรับปิ๋ม ความสุขที่สุด คือ การทำให้ครอบครัวของเราภูมิใจในตัวเรา และไม่ทำให้ผิดหวัง น่าจะเป็นความสุขที่สุดแล้ว เพราะว่ามันเป็นอย่างเดียวที่เรา อาจจะทำยากมากด้วยซ้ำ ที่ทำให้คนที่เรารัก แฮปปี้ เพราะฉะนั้นการที่ เห็นเค้ายิ้มได้ เราได้เห็นเค้ามีกิน มีใช้ ไม่ขาดมือนั้น คือความสุขของปิ๋มจริงๆ ที่เห็นคนในครอบครัวมีความสุข

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *