เปิดสถิติเดือนเดียว โรงงานยื่นปิดกิจการ 222 แห่ง ทำคนตกงาน 2.5 พันคน

กรมโรงงานอุตสาหกรรม ระบุ ยอดปิดกิจการ มีจำนวน 222 โรงงาน เพิ่มขึ้น 53.10% ว่างงานทันที 2.51 พันคน ภาครัฐ แจง ไม่น่าเป็นห่วง มีมาตรการดูแลแรงงาน และยังมีความต้องการแรงงานอีกจำนวนมาก หลังยอดขอขยายโรงงานที่เพิ่มขึ้นในเดือน ม.ค. 13.64%

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 สำนักข่าว TNN รายงานว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) รายงานถึงตัวเลข ขอใบอนุญาตประกอบกิจการ (ร.ง.4) และขยายกิจการเดือนมกราคม 2563 พบว่า มีจำนวนโรงงานทั้งสิ้น 313 โรงงาน ลดลง 13.29 เปอร์เซ็นต์ จากช่วงเดียวกันในปี 2562 ขณะที่มูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 2.53 หมื่นล้านบาท ลดลง 51.52 เปอร์เซ็นต์

โดยสาเหตุที่จำนวนโรงงานลดลง เนื่องจาก พ.ร.บ.โรงงาน 2562 เพิ่งบังคับใช้เมื่อปลายเดือนตุลาคม 2562 ซึ่งสาระหลักของ พ.ร.บ.โรงงาน ที่มีขนาดเล็กมาก ต่ำกว่า 50 แรงม้า แรงงานไม่ถึง 50 คน ไม่ต้องมาขอใบอนุญาตประกอบกิจการ ร.ง.4

ส่วนทิศทางการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายและพื้นที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พบว่ามีเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่านักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นตอบรับนโยบายรัฐบาล โดยการลงทุนใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (เอสเคิร์ฟ) เดือนมกราคม มีการขอใบอนุญาตประกอบกิจการ ร.ง.4 และขยายกิจการจำนวน 98 โรงงาน แต่มูลค่าการลงทุน 1.04 หมื่นล้านบาท ลดลง 21.21 เปอร์เซ็นต์

ขณะที่การลงทุนในพื้นที่ EEC มีจำนวน 45 โรงงาน เพิ่มขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์ มูลค่าการลงทุน 1.61 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 199.77 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการยื่นขอปิดกิจการ มีจำนวน 222 โรงงาน เพิ่มขึ้น 53.10 เปอร์เซ็นต์ มูลค่าการลงทุน 2.29 พันล้านบาท ลดลง 8.4 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นแรงงานจำนวน 2.5 พันคน ถือว่าลดลง 31.04 เปอร์เซ็นต์ จากช่วงเดียวกันของปี 2562 อยู่ที่ 3.64 พันคน

การปิดกิจการจึงไม่น่าเป็นห่วง ด้านรัฐบาลมีมาตรการดูแลแรงงานเหล่านี้เช่นกัน รวมถึงยังมีความต้องการแรงงานอีกจำนวนมาก สังเกตได้จากยอดขอขยายโรงงานที่เพิ่มขึ้นในเดือนมกราคม ประมาณ 13.64 เปอร์เซ็นต์

สำหรับประเทศไทยในปี 2563 รัฐบาลและเอกชนต้องมองสถานการณ์ข้างหน้าให้ออกและคาดการณ์ได้ระดับหนึ่งว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเศรษฐกิจโลก และกับปัญหาภายในไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ พร้อมกันกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยี (Technolo gical Disruption) ที่วิ่งเข้ามาปะทะอย่างรวดเร็วกับเศรษฐกิจไทยในทุกด้าน ซึ่งจะส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจทั้งภาคการเงิน การคลัง ภาคการค้า การลงทุน และบริการ ตลอดจนภาคการเกษตรต้องเตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้

ด้าน นายทองชัย ชวลิตพิเชษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า ขณะนี้ภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง หลังจาก จีนและสหรัฐสามารถบรรลุยุติข้อตกลงทางการค้าร่วมกันได้เมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *