ขอแชร์ประส บ การณ์เป็นพ่อค้าข ายผัก ตลาด4มุมเมือง ครั้งแรกในชีวิต

ผมเคยไปข ายผักสดที่ตลาดสี่มุมเมืองเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เพื่อนชวน ผมเริ่มจาก เราไปตั ดผักที่หน้าตลาดมาข าย หมายความว่า ที่หน้าตลาด(ข้างๆติดกับเมอรี่คิง) จะมีซอยสำหรับรถบรรทุกผักผ่านเข้า ประมาณ 100 เมตร จะมีด่านเก็บเงิน รถกระบะปิคอัพทั่วไป บรรทุกมากน้อยคันละ 100 บาท

ส่วนรถลูกค้าที่จะมาจ่ายตลาด(รถเปล่าไม่มีพืชผัก) จะมีอีกเลนหนึ่งไม่ต้องเสี ยตังค์ รถบรรทุกพืชผักทุกคันต้องต่อแถวเข้าด่านเก็บเงิน บางวันจ่ายตรงป้อมด่าน แต่บางวันก็มีเจ้าหน้าที่เดินมาเก็บถึงรถเพื่อความรวดเร็วเรื่องการจราจร หลังจากผ่านด่านจ่ายเงินแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่จราจรโบกรถ เพื่อจอดรอคิวเข้าตลาดอย่างเป็นระเบียบ ข้างในตลาด จะถูกแบ่งไว้เป็นล็อกเป็นแถว เราไม่สามารถเลือกล็อกเลือกแถวเองได้ เมื่อรถผักขับวนไปถึงลานข าย

จะมีเจ้าหน้าโบกเรียกให้รถแต่ละคันเข้าจอดเอาผักลงแถวไหนล็อกไหน รถผักจะเข้าจอดถึงหน้าล็อกของตัวเอง การขนผักลงจากรถจะมีเจ้าหน้าที่ขนลงให้เสร็จสัพ คนตั ดผักข ายมีหน้าที่จ่ายเงินให้เจ้าของผักและจ่ายค่าลานข าย(ถ้าจำไม่ผิดก็ล็อกละ 50หรือ100 บาท)

แล้วก็นั่งข ายผักเอากำไรต่อไป ส่วนเจ้าของผักหรือเจ้าของรถมีหน้าที่รับเงินแล้วขับรถกลับบ้าน ทางรถออกจะเป็นคนละทางกับทางรถเข้า แต่ไม่ต้องกังวนเพราะจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลเป็นระยะๆ ในช่วงที่รอเข้าด่านและรอคิวเข้าตลาดนี่แหละ

ที่ผมและบรรดาพ่อค้าแม่ค้าเจ้าเล็กเจ้าใหญ่ เข้ามาติดต่อซื้อ อาจจะเหมาซื้อทั้งคัน หรือบางส่วน หรือบางรายการ ราคาแล้วแต่จะตกลงกัน(ตกลงกันเปล่า) จ่ายก่อนจ่ายหลังหรือมัดจำแล้วแต่จะตกลงกัน ที่แน่ๆ เมื่อของลงตลาดแล้วต้องจ่ายเงินกันให้เรียบร้อย ไม่มีการติดค้ าง เว้นแต่รู้กันจริงๆ เนื่องจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดมาจากร้อยพ่อพันแม่ อย่าเชื่อใจกันมาก พืชผักที่ตลาดมีความต้องการจะมีสูง จะมีคนมารุมติดต่อซื้อเยอะ ลานข ายผักสดจะเป็นลานโล่งไม่มีหลังคา

ถ้าฝนตกต้องหาร่มกางเอง ลานผักเริ่มข ายช่วงเย็นถึงเช้า ถ้าผักข ายไม่หมดจะเอากลับไปบ้านก็ได้ ส่วนมากจะถูกวางทิ้งไว้ให้รถตักตักไปทิ้ง คนตั ดผักข ายจะได้กำไรหรือข าดทุนก็ไม่มีใครช่วยใครได้ ที่นีเสรี ในช่วงเช้านี่แหละพวกรถเร่ข ายผักจะมาหาซื้อผักในราคาถูกๆหรือเก็บผักที่ถูกทิ้งไปเร่ข ายตามหมู่บ้านตามซอย

แต่ไม่ได้หมายความว่ามันเป็นผักเด นหรือผักสกปร กนะครับ แต่มันเป็นผักที่ข ายไม่หมด หมดคนซื้อ กลับมาที่รถบรรทุกผักเข้า ถ้าคันไหนได้ผักที่ตลาดกำลังหมดหรือเหลือน้อยมา ก็ถือว่าโชคดี ที่ว่าโชคดีเพราะราคาในแต่ละวันแต่ละชั่วโมงอาจจะไม่เท่ากัน ไม่มีใครกำหนดหรือแทรกแซงราคา ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกตลาด

เหตุที่ราคามันมีความผันผวนมันเป็นเช่นนี่พี่น้องเอ๋ย สมมุติว่าวันที่ 1 ผักบุ้งล้นตลาด แน่นอนราคาย่อมถูกและก็ข ายย าก รถบรรทุกที่ขนผักเข้ามาส่วนมากก็เป็นพ่อค้าเหมือนกัน ไปเหมาสวนมา เมื่อข ายไม่ได้ข ายย าก วันที่ 2 ก็ไปหาอย่างอื่นมาข ายดีกว่าหรือไม่เข้าตลาด

แล้วถ้าวันที่ 2 พ่อค้าหลายๆคันไม่เอาผักบุ้งมาข าย ผักบุ้งก็ข าดตลาด มีราคา แย่งกันซื้อ เรียกว่าผักเป็นหรือเรียกกันว่าบุ้งเป็น ถ้าล้นตลาดข ายย ากเรียกว่าผักต า ย แล้วไอ้ที่ราคาในแต่ละชั่วโมงไม่เท่ากันมันเป็นอย่างไร อย่างที่บอกผักมันข าดตลาดไม่ได้ข าดสวน มาสมมุติต่อ

ในเมื่อวันที่ 2 ในช่วงเย็นรถผักบุ้งเข้าตลาดน้อย ผักเริ่มมีราคา(ผักเป็น)พ่อค้าในตลาดก็จะโทรแจ้งโทรตามรถบรรทุกผัก ให้เอาผักบุ้งมาลง กว่ารถผักบุ้งจะมาถึงตลาดมันก้ต้องดึก แล้วถ้าผักบุ้งทุกคันมาถึงพร้อมกันตอนดึกราคาจะเป็นอย่างไรคิดดูเอาครับพี่น้อง แต่ไม่ต้องกังวลเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

ทีนี้มาพูดถึงผักที่ไม่มีราคาผักล้นตลาด ถ้ารถผักใจร้อนก็ต้องยอมข ายถูก แต่ถ้าใจเย็นผักก็อาจข ายไม่หมดหรือไม่ได้ข าย เมื่อรถถึงคิวลงลานแล้วยังไม่มีคนมาตั ด ก็ต้องนั่งข ายเองในลานผัก ส่วนรถก็ไปจอดไว้ข้างนอก(หมายถึงบริเวณที่ทางตลาดจัดไว้ให้จอด) ส่วนมากยอมข ายในราคาถูก หรือบางคันมาเป็นครอบครัวภรรยาเป็นคนนั่งข ายในลาน สามีกับลูกกับญาติกับลูกน้องออกไปหาเหมาสวนแบ่งหน้าที่กันทำ หรือบางกลุ่มเป็นขาประจำซึ่งกันและกัน บางครอบครัวก็ทำสวนเอง ขนบรรทุกเอง ขายเอง ทำกันเป็นครอบครัว ปีหนึ่งมีรายได้เป็นล้าน

ผมอยากทำอย่างเขาเหมือนกันแต่ตอนนั้นยังไม่มีครอบครัวและไม่มีสวนเป็นของตัวเอง ผมตัดผักข ายอยู่ประมาณครึ่งปีก็ออกไปตระเวนเหมาสวนกับเพื่อนอยู่อีกครึ่งปี รู้สึกลำบ ากมาก ก็เรายังไม่มีสวนประจำ จะไปเข้าสวนที่มีเจ้าประจำก็เสี่ยง เลยออกจากตลาดมาปลูกพวกมะละกอ ฟักแฟง ผักชี อยู่ทางอีสาน กะว่าจะปลูกเองข ายเอง แต่พอผลผลิตออกมาเจอช่วงไม่มีราคา ก็เลยเจ๊ ง

ทำสวนอยู่ 1 ปี พอดีมีญาติอยู่ขอนแก่นก็เลยไปวิ่งเหมาสวนแถวขอนแก่นข ายตลาดขอนแก่น ทั้งตลาดรางรถไฟและตลาดพูลผล(พึ่งเปิดใหม่) ตลาดที่ขอนแก่นเล็กกว่าตลาดสี่มุมเมือง สมัยนั้นค่าตลาดเก็บคันละ 50 บาท ค่าลานไม่ต้องเพราะไม่มีลานเหมือนสี่มุมเมือง ผักวางข ายบนรถเลย(ทุกวันนี้ไม่ทราบ)

ตลาดที่ขอนแก่นไม่ค่อยจะวุ่ นว ายมากเท่าไหร่ สวนไหนใครมีรถปิคอัพเองถ้าคำนวนแล้วคุ้มค่าน้ำมันก็บรรทุกมาข ายเองได้เลย ไม่ต้องเสี ยเปรี ยบพ่อค้า ความจริงถ้าเรามีพืชผลไม่มากไม่มีพรรคพวกในตลาด อย่าเข้ามาในตลาดใหญ่เลย ส่วนมากมักจะเสี ยเปรียบพ่อค้า แต่มันก็ท้าท าย คือถ้าเรามีผักที่กำลังข าดสวนจริง(ไม่ใช่ข าดตลาด)

เช่น ผมเคยวิ่งรถหาผักทั้งวันได้ผักชี 30 กิโล ซื้อสวนมาโลละ 30 บาทข าย ได้โลละ 120 หักค่าน้ำมัน 400(สมัยนั้นน้ำมันถูกมาก) ค่าตลาดค่าลานกำไรเหลือตั้ง 2000 เอาเป็นว่า ถ้าใครอยากเอาผลิตผลของตัวเองข ายตลาดข ายส่ง ถ้าคำนวนค่าใช้จ่ายแล้วคุ้มก็มาเลย อย่ าไปกลัวเกินเหตุ

ถ้าเป็นตลาดใหญ่ แล้วเราไม่มีเพื่อนเริ่มแรกก็ให้มาสำรวจตลาดเขาก่อน ดูกฎระเบียบเขา สังคมของเขา ดูเส้นทางเข้าออก ลานจอด ห้องน้ำ เพราะสินค้าเกษตร มันมาเสี ยเทียวไม่ได้ ยิ่งเป็นผักสดจะอยู่บนรถนานไม่ได้ ผักจะร้อนแล้วก็เน่าเร็ว ฉะนั้นมือใหม่ต้องสำรวจลู่ทางก่อนจะมา แต่อย่ากลัวเกินไป

เพราะคนเราไม่มีใครเกิดมาวันแรกก็กินข้าวเป็นเดินได้ ทุกอย่างต้องเรียนรู้ กลับมาที่สี่มุมเมือง ส่วนพวกผลไม้จะถูกจัดอยู่อีกคนละโซน ผมไม่เคยมีผลไม้ไปข าย แต่เคยไปเดินซื้อก่อนกลับบ้าน เห็นรถผลไม้จอดแช่เรียงกันเหมือนลานจอดรถ มีทั้งที่อยู่บนรถและลงจากรถ แต่เรื่องกฎระเบียบผมไม่ทราบ ส่วนตลาดไท ผมไม่รู้อะไรมาก สมัยนั้นพึ่งเปิดใหม่ ยังไม่มีผู้คน เดี๋ยวนี้ผู้คนคงจะเยอะขึ้น วันแวะผ่านไปจะสำรวจมาเล่าให้ฟัง

ผมเคยเอาแตงโมไปข าย มองดูผู้คนบางตาคิดว่าไม่น่าจะข ายได้ ก็ขับรถออกมาเสียตังค่าตลาดฟรี ตระเวนข ายตามชุมชน ได้ราคาสูงกว่าเยอะ แตงโมข ายใจเย็นได้ไม่ต้องรีบร้อน สุดท้ายแนะนำเกษตรกรที่อยากนำผลิตผลของตัวเองออกข ายตลาดเอง ให้มองหาตลาดที่อยู่ใกล้ที่สุด เริ่มจากตลาดในตัวตำบล

ถ้าผลิตผลเรามากพอก็ไปดูตลาดอำเภอ ตลาดจังหวัดไม่น่าจะต่างอะไรจากตลาดอำเภอ ต่างตรงที่ขนาดใหญ่กว่า แต่ส่วนมากก็เป็นตลาดสดข ายปลีก ไม่ใช่ตลาดข ายส่ง ยกเว้นบางจังหวัด ที่ผมเคยเห็นตลาดนครปฐม โคราช ขอนแก่น

และก็มีตลาดข ายส่งในชุมชนบางต่างจังหวัด ก็ไม่เชิงเป็นตลาดแต่เป็นจุดรับซื้อมากว่า และสุดท้ ายจริงๆใครมีข้อสงสัยถามได้ ถ้ารู้ก็จะตอบ ผมก็แค่เคยมีประส บการณ์นิดหน่อย แต่ถ้าไม่รู้ก็คือไม่รู้

คนขยันไม่มีวันอดครับ ฝากไว้ให้คิด

โดยคุณJARERN